การตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 วิชาชีววิทยา

การตั้งชื่อวิทยาศาสตร์-ชีววิทยา-ม6

หลาย ๆ ครั้งที่เดินผ่านป้ายข้อมูลพรรณไม้ในโรงเรียน ป้ายชื่อสัตว์ต่าง ๆ ในสวนสัตว์หรือพิพิธภัณฑ์​ เพื่อน ๆ น่าจะเคยเห็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยาวเหยียดและเข้าใจยาก อ่านออกเสียงก็ยาก แถมจำยากด้วย วันนี้บทเรียนออนไลน์จาก StartDee จะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักชื่อวิทยาศาสตร์ยาก ๆ เหล่านี้ มาดูกันดีกว่าว่าชื่อวิทยาศาสตร์คืออะไร มีที่มาอย่างไร และกว่าจะตั้งวิทยาศาสตร์เท่ ๆ ได้ นักวิทยาศาสตร์ต้องพิจารณาอะไรกันบ้าง

Banner-Green-Standard

ชื่อวิทยาศาสตร์คืออะไร ทำไมต้องมีชื่อวิทยาศาสตร์

ชื่อวิทยาศาสตร์คือชื่อที่ตั้งขึ้นตามกฎสากล เพื่อใช้เรียกสิ่งมีชีวิตต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันของนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยจากทั่วโลก และเพื่อความสะดวกในการศึกษาความหลากหลายและการจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต ส่วนเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมีชื่อวิทยาศาสตร์เพิ่มเข้ามาอีก นั่นก็เพราะว่าชื่อท้องถิ่นหรือชื่อสามัญที่เราใช้กันอยู่นั้นไม่เป็นสากล และแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่นพวกเราที่เป็นคนไทย ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร เราจะเรียกเจ้าสัตว์สี่ขาขนปุย มีหางดุ๊กดิ๊ก และเห่าเก่งตัวนี้ว่า “หมา” หรือ “สุนัข” 

Doge-memeDoge on knowyourmeme.com

แต่การเรียกเจ้าสี่ขาตัวนี้ว่าน้องหมาหรือสุนัขนั้นใช้สื่อสารได้เฉพาะในหมู่คนไทย เพราะถ้าเราไปคุยกับเพื่อนชาวต่างชาติ ในภาษาอื่น ๆ ก็จะมีชื่อเรียกน้องหมาที่แตกต่างกันไป เช่น

ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า Dog

ภาษาญี่ปุ่น ใช้คำว่า Inu (犬)

ภาษาจีน ใช้คำว่า Gǒu (狗)

นี่ยังไม่รวมอีกหลายร้อยภาษาทั่วโลกที่มีคำเรียกน้องหมาแตกต่างกันไปอีก โดย Inu และ Gǒu นั้นจัดเป็นชื่อท้องถิ่น (Local name) ที่ใช้กันแพร่หลายในบางพื้นที่หรือบางประเทศ ส่วน Dog เป็นชื่อสามัญ (Common name) ที่แมสกว่า ใช้กันแพร่หลายกว่าในหลายประเทศ แต่ก็ยังไม่เจาะจงมากพอถึงขั้นนำมาใช้อ้างอิงในเชิงวิชาการได้ ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์จึงกำหนดเกณฑ์ในการตั้งชื่อสิ่งมีชีวิต และชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) ขึ้นมาเพื่อความเป็นสากล และลดความสับสนเมื่อต้องอ้างอิงในงานวิชาการนั่นเอง



การตั้งชื่อวิทยาศาสตร์

การตั้งชื่อวิทยาศาสตร์มีหลายระดับ เช่น ระดับวงศ์ (Family) ระดับสปีชีส์ (Species) โดยในระดับสปีชีส์เราจะตั้งชื่อด้วยระบบทวินาม (Binomial nomenclature) ซึ่งเป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ การตั้งชื่อแบบทวินามมีจุดเริ่มต้นจากการที่คัสพาร์ เบาฮีน (Caspar Bauhin) นักพฤกษศาสตร์ชาวสวิสแต่งตำรา Phytopinax (รายชื่อพืช) โดยจัดพืชเป็นภาษาละตินสองคำ จากนั้นคาโรลัส ลินเนียส (Carolus Linnaeus)* นักสำรวจและนักธรรมชาติวิทยาชาวสวีเดนจึงเริ่มเผยแพร่การตั้งชื่อแบบทวินาม ด้วยการนำระบบนี้มาระบุชื่อสิ่งมีชีวิตที่เขาค้นพบกว่า 12,000 สปีชีส์ ยกตัวอย่างเช่นมะม่วง ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์เป็น Mangifera indica Linn 

*นอกจากเผยแพร่การตั้งชื่อแบบทวินาม ลินเนียสยังเป็นผู้ริเริ่มแนวทางการจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตเป็นเจเนอรา (Genera) และสปีชีส์ (Species) โดยลินเนียสตีพิมพ์หลักการเหล่านี้ไว้ในหนังสือ Systema Naturae เมื่อราวปี ค.ศ. 1730 

Mangifera-indica-LinnMangifera indica Linn by Suraj R on unsplash.com

ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้ระบบการตั้งชื่อแบบทวินามจะประกอบด้วยส่วนสำคัญสองส่วน คือ ชื่อจีนัส (Generic name) และคำระบุชนิด (Specific epithet) โดยชื่อทั้งสองส่วนนี้ มักเป็นคำที่มีความหมายและมีที่มาเสมอ เช่น ชื่อจีนัสมักเป็นคำที่บ่งบอกลักษณะเฉพาะของจีนัสนั้น ๆ ส่วนคำระบุชนิดก็แสดงถึงลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตสปีชีส์นั้น ๆ เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการตั้งชื่อตามเทพเจ้าใน ตำนานกรีก ที่เกี่ยวข้อง ตั้งชื่อเพื่ออุทิศให้บุคคลที่สำคัญ ผู้ค้นพบ สถานที่ที่พบเป็นครั้งแรก หรือตั้งชื่อตามที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ ด้วย แต่ไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร การตั้งชื่อวิทยาศาสตร์จะใช้ภาษาละตินเสมอ สาเหตุที่ใช้ภาษาละตินก็เพราะ ภาษาละติน เป็นภาษาที่ตายแล้ว หมายความว่าในอนาคตจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในตัวภาษาเกิดขึ้นอีก ทำให้เหมาะกับการนำมาตั้งชื่อวิทยาศาสตร์มากที่สุด เพราะชื่อที่ตั้งขึ้นจะมีโอกาสเปลี่ยนแปลงน้อยมาก

และจากชื่อ Mangifera indica Linn เราจะเห็นว่าชื่อวิทยาศาสตร์ของมะม่วงมีอยู่สามส่วน คือ Mangifera ที่เป็นชื่อจีนัส และ indica ที่เป็นคำระบุชนิด แล้ว Linn หมายถึงอะไร ไหนบอกว่าชื่อวิทยาศาสตร์มีแค่สองส่วน คำตอบก็คือในบางครั้งเราจะใส่ชื่อของนักวิทยาศาสตร์ หรือผู้ค้นพบต่อท้ายเข้าไปด้วย ซึ่งในกรณีนี้ Linn จะย่อมาจาก Linnaeus ซึ่งเป็นนามสกุลของคาโรลัส ลินเนียส ผู้ระบุชนิดของมะม่วงในระบบอนุกรมวิธานเป็นคนแรกนั่นเอง



การเขียนชื่อวิทยาศาสตร์

ในส่วนของการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องมีหลักการคือ ให้ตัวอักษรตัวแรกของชื่อจีนัสเป็นตัวใหญ่ เขียนชื่อจีนัสและคำระบุชนิดด้วยตัวเอียง หรือถ้าไม่ชอบตัวเอียง ให้ขีดเส้นใต้โดยขีดแยกกันระหว่างชื่อจีนัสและคำระบุชนิด อีกข้อควรระวังก็คือต้องเลือกมาอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างเขียนตัวเอียงหรือขีดเส้นใต้ ห้ามทำทั้งสองอย่างพร้อมกันเด็ดขาด ! ตัวอย่างการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง เช่น

Homo sapiens

Homo sapiens

 

ตัวอย่างการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ ที่ผิด เช่น

Homo ​Sapiens

(ตัวแรกของคำระบุชนิดไม่ต้องใช้ตัวพิมพ์ใหญ่)

Homo ​sapiens

(ถ้าจะขีดเส้นใต้ ต้องขีดแยกกันระหว่างชื่อจีนัสและคำระบุชนิด)

Homosapiens

(ถ้าเขียนชื่อวิยาศาสตร์ด้วยตัวเอียงแล้ว ไม่ต้องขีดเส้นใต้)

Homo ​sapiens

(ถ้าเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ด้วยตัวเอียงแล้ว ไม่ต้องขีดเส้นใต้ และถ้าจะขีดเส้นใต้ ต้องขีดแยกกันระหว่างชื่อจีนัสและคำระบุชนิด)

 

 

Did you know ?: ชื่อวิทยาศาสตร์ซ้ำกันได้

ในการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ สิ่งมีชีวิตแต่ละกลุ่มจะมีหลักสากลในการตั้งชื่อที่แตกต่างกัน เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็เหมือนการตั้งชื่อด้วยหนังสือคนละเล่ม ยกตัวอย่างเช่น สัตว์และโปรโตซัวจะใช้ระเบียบ ICZN (International Code of Zoological Nomenclature) สาหร่าย จุลินทรีย์คล้ายรา เชื้อรา และพืช ใช้ระเบียบ ICN (International Code of Nomenclature for algae, fungi and plants) โพรแคริโอต แบคทีเรีย และอาร์เคีย ใช้ระเบียบ ICNP (International Code of Nomenclature of Prokaryotes) 

ซึ่งกฎระเบียบแต่ละกฎจะเป็นอิสระต่อกัน ทำให้บางครั้งเกิดสิ่งที่เรียกว่า “Hemihomonym” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์มีชื่อจีนัสและคำระบุชนิดเหมือนกันเป๊ะ ๆ ยกตัวอย่างเช่น ในระบบ ICZN นั้น Ficus variegata จะเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ของหอยฝาเดียวในกลุ่มหอยมะเดื่อ (Fig snail) แต่ในเวลาเดียวกัน Ficus variegata ก็เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ของมะเดื่อแดง (Common red stem fig) ในระบบ ICN ด้วย เพื่อน ๆ สามารถอ่านเรื่องราวของ Hemihomonym จากเพจนี่แหละชีวะเพิ่มเติมได้ ที่นี่ 

Ficus-variegata-gastropod

Ficus variegata (gastropod). 4 August 2013. By H. Zell on Wikimedia Commons 

Ficus-variegata-plant

Ficus variegata found in Hong Kong. Photo taken in Hong Kong. Early July, 2007. By WingkLEE on Wikimedia Commons 

 

หลังจากเรียนรู้เรื่องการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์กันมาอย่างเต็มอิ่ม ครั้งต่อไปที่เห็นชื่อวิทยาศาสตร์ เพื่อน ๆ ก็ไม่ต้องนั่งมึนกันอีกต่อไปแล้ว และนอกจากชื่อวิทยาศาสตร์ นักวิชาการยังใช้คีย์ (Key) เป็นตัวช่วยในการศึกษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ทำให้การระบุชนิดและการจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตเป็นระบบระเบียบมากขึ้น แต่เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามในแอปพลิเคชัน StartDee ได้เลย

อ่านบทเรียนนี้จบแล้ว เพื่อน ๆ ที่อยากทบทวนชีวะกันต่อ อ่านบทความต่อได้ที่ ระบบประสาทโซมาติกและรีเฟล็กซ์ (Reflex)

 


ขอบคุณข้อมูลจาก: หฤษฎ์ ยวงมณี (ครูติ๊ก)

References:

Britannica, T. Editors of Encyclopaedia (2019, December 23). Nomenclature. Encyclopedia Britannica. https://www.britannica.com/science/nomenclature

(n.d.). Carl Linnaeus. Retrieved March 29, 2021, from https://www.newscientist.com/people/carl-linnaeus/

แสดงความคิดเห็น