การหมั้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 วิชาสังคมศึกษา

การหมั้น

เพื่อน ๆ คิดว่าการแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคน ครอบครัวสองครอบครัว หรือมากกว่านั้น ?

เมื่อการความรักไม่ได้มีแค่เรื่องของหัวใจ แต่ยังมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง StartDee เลยอยากชวนเพื่อน ๆ มาเรียนรู้เรื่อง ‘การหมั้น’ กันไว้ก่อน เวลาดูละคร หรือคนในครอบครัวเราหมั้นหมายจะได้ไม่งง ทั้งเรื่องสินสอดทองหมั้น เงื่อนไขอายุ และอีกหลายประเด็นที่เราอยากจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

 

‘การหมั้น’ คืออะไร ?

การหมั้น คือ การทำสัญญาระหว่างคู่รักว่าจะสมรสกันในอนาคต โดยต้องทำการหมั้นกันเป็นกิจจะลักษณะและเป็นที่เปิดเผยรับรู้ของบุคคลทั่วไป (แต่การสมรสไม่จำเป็นต้องมีการหมั้นก่อนเสมอไป) ซึ่งการหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายส่งมอบของหมั้นให้แก่ฝ่ายหญิง โดยของหมั้นที่ว่านี้ คือทรัพย์สินที่ฝ่ายชายมอบให้แก่ฝ่ายหญิงเท่านั้น (หญิงจะมอบให้ชายไม่ได้) และจะต้องมอบให้ขณะที่ทำการหมั้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะสมรสกับฝ่ายหญิงในวันข้างหน้า 

Banner_N-Dunk_Blue-2

 

เงื่อนไขการหมั้นมีอะไรบ้าง ?

1. อายุ โดยชายและหญิง* ต้องมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์จึงจะหมั้นกันได้ ถ้าต่ำกว่านั้นการหมั้นนั้นจะเป็นโมฆะ** และหากยังอายุ 17 ปีขึ้นไปแต่ยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ (บรรลุนิติภาวะ) จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง

2. ความยินยอม โดยผู้เยาว์*** (อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์) หากจะหมั้นต้องได้รับความยินยอมจาก

  • บิดาและมารดา กรณีที่ผู้เยาว์มีทั้งบิดาและมารดา
    บิดาหรือมารดา ในกรณีที่มารดาหรือบิดาตาย หรือถูกถอนอำนาจปกครอง หรือไม่อยู่ในสภาพหรือฐานะที่อาจให้ความยินยอม หรือโดยพฤติการณ์ที่ผู้เยาว์ไม่อาจขอความยินยอมจากมารดาหรือบิดาทั้งคู่พร้อมกันได้ ให้ขอความยินยอมจากใครคนใดคนหนึ่งก็ได้
  • ผู้รับบุตรบุญธรรม ในกรณีที่ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้รับบุตรบุญธรรม เช่น ากมีทั้งพ่อ แม่ และผู้รับบุตรบุญธรรมจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้รับบุตรบุญธรรมเท่านั้นเพราะมีอำนาจปกครองบุตรแล้ว ส่วนพ่อแม่ไม่มีอำนาจปกครองบุตรแล้วเพราะได้มอบอำนาจปกครองบุตรให้แก่ผู้รับบุตรบุญธรรมแล้วจึงไม่ต้องให้ความยินยอมตามกฎหมาย
  • ผู้ปกครอง ในกรณีที่ไม่มีบุคคลก่อนหน้านี้ หรือมีแต่ถูกถอนอำนาจปกครองไปแล้ว หากการหมั้นไม่ได้รับความยินยอมจากบุคคลข้างต้น จะถือเป็นโมฆียะ**

3. ของหมั้น เป็นสิ่งที่ต้องมีเพื่อให้การหมั้นสมบูรณ์ โดยฝ่ายชายจะต้องมอบของหมั้นให้ฝ่ายหญิง ขณะทำการหมั้นเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้นโดยเป็นทรัพย์สินอะไรก็ได้ เช่น แหวนเพชร ทองคำ เงินสด รถ เครื่องบิน เมื่อหมั้นแล้วของหมั้นนั้นจะตกเป็นสิทธิแก่ฝ่ายหญิงทันที และฝ่ายชายอาจเรียกคืนได้หากฝ่ายหญิงผิดสัญญาไม่สมรสด้วย

 

การหมั้น

ขอบคุณภาพจาก Boomerang Official

 

*ข้อสังเกต กฎหมายในปัจจุบันเขียนไว้ว่า ชายและหญิงเท่านั้นที่สามารถหมั้นกันได้ ถ้าเป็นชายกับชาย หญิงกับหญิง จะไม่สามารถหมั้นกันได้

*โมฆะ หมายถึง การกระทำที่ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย (ไม่มีสิทธิ์ทำตั้งแต่ต้น) ส่วน โมฆียะ หมายถึง การกระทำที่มีผลบังคับตามกฎหมายแต่อาจเป็นโมฆะได้เมื่อมีการบอกล้างโมฆียะกรรม หรือมีผลสมบูรณ์เมื่อมีการให้สัตยาบัน (มีสิทธิ์แต่มีเงื่อนไข เช่น ปลาทองอายุ 18 ปี หมั้นกับปลาทูอายุ 25 ปี หากผู้ปกครองของปลาทองไม่ได้ให้ความยินยอมการหมั้นจะเป็นโมฆียะ ผู้ปกครองของปลาทองย่อมสามารถบอกล้างโมฆียะกรรมทำให้การหมั้นเป็นโมฆะ หรืออาจจะให้สัตยาบันซึ่งคือการให้ความยินยอมในการที่ปลาทองหมั้นก็จะส่งผลให้การหมั้นนั้นสมบูรณ์)

***ผู้เยาว์ หมายถึง ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยการบรรลุนิติภาวะมี 2 กรณี ได้แก่ อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ และอายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์แต่ทำการสมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย

 

‘สินสอด’ กับ ‘ของหมั้น’ ต่างกันอย่างไร ?

  1. ของหมั้น เป็นเงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญาหมั้น ส่วนสินสอดไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการหมั้น แต่เป็นธรรมเนียมที่ฝ่ายชายจะมอบทรัพย์สินให้แก่ บิดามารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิง เพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรส และแสดงความกตัญญูต่อบิดามารดาของฝ่ายหญิงที่ดูแลเลี้ยงดูหญิงมาตลอด ซึ่งไม่มีกำหนดเวลาในการมอบสินสอด (จะให้ภายหลังการหมั้นก็ได้) แต่หากมีการตกลงให้สินสอดกันแล้ว บิดามารดา หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิงสามารถเรียกร้องสินสอดนั้นได้
  2. ผู้รับของหมั้น คือคู่หมั้นซึ่งเป็นฝ่ายหญิง ส่วนผู้รับสินสอด คือบิดา มารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิงแล้วแต่กรณี และของหมั้นจะตกเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายหญิง (ไม่รวมสินสอด)
  3. ของหมั้นต้องให้ขณะหมั้นเท่านั้น แต่สินสอดจะให้ตอนไหนก็ได้

 

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผิดสัญญาหมั้น ?

ถ้าคู่หมั้นของเราผิดสัญญาหมั้น เราไม่สามารถฟ้องร้องต่อศาลให้อีกฝ่ายสมรสกับเราได้นะเพื่อน ๆ  เพราะการสมรสจะต้องเกิดจากความสมัครใจ ถ้าเขาไม่รักก็บังคับเขาไม่ได้ (ปาดน้ำตา) ดังนั้น การหมั้นจึงเปรียบเหมือนสัญญาใจ แต่ไม่ได้การันตีว่าจะต้องได้จดทะเบียนสมรสเสมอไป

หากอีกฝ่ายผิดสัญญาหมั้น อาจจะต้องจ่ายค่าทดแทนกรณีที่ทำให้อีกฝ่ายเกิดความเสียหาย เช่น A หมั้นกับ B พร้อมกำหนดวันแต่งงานไว้เรียบร้อยและตกลงกันว่าจะให้ A ลาออกจากงานเพื่อย้ายมาอยู่กับ B แต่ปรากฏว่า B ผิดสัญญาไปแต่งงานกับ C ! กรณีนี้ B จะต้องชดใช้ค่าเสียหายทดแทนที่ A ต้องลาออกจากงานนั่นเอง

 

ขอบอกก่อนว่าบทความเรื่องการหมั้นและวีดิโอสนุก ๆ ข้างบนนี้เป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น เพราะเพื่อน ๆ สามารถเข้าไปดูบทเรียนฉบับเต็มครบทั้ง 7 วิชา พร้อมทำข้อสอบกันต่อได้ในแอปพลิเคชัน StartDee ของเราเลย หรือจะเติมความรู้วิชาสังคมศึกษาม.4 ไปกับบทความองค์การระหว่างประเทศ (UN, ASEAN) หรือเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ (APEC, AFTA, WTO) ไว้เตรียมสอบสังคมแบบคะแนนปัง ๆ กันไปเลย

 

ขอบคุณข้อมูลจากนายทีฆาทัศ บุณญพัฒน์ (ครูเอก) และนายธนดล หิรัญวัฒน์ (ครูไบรท์)

 

Did You Know ? : ความรักที่ไม่จำกัดเรื่องเพศ กับแฮชแท็ก #สมรสเท่าเทียม 

การหมั้น

ขอบคุณภาพจาก BBC News

ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องการหมั้นแล้ว จะไม่พูดถึงแฮชแท็กฮิตติดเทรนด์ทวิตเตอร์อย่าง #สมรสเท่าเทียม ก็คงไม่ได้ ซึ่งแฮชแท็กนี้ได้รับความนิยมในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการผลักดันกฎหมายไทยให้รองรับสิทธิการแต่งงานของ LGBTQ เพราะเดิมทีการสมรสในกฎหมายเป็นเรื่องของเพศชายกับเพศหญิงเท่านั้น ซึ่งการผลักดันครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 แนวทางด้วยกัน ได้แก่

  1. การมีพระราชบัญญัติคู่ชีวิต (พ.ร.บ.คู่ชีวิต) แยกออกมา ซึ่งเสนอโดยกระทรวงยุติธรรม และมีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) 
  2. การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) โดยไม่ต้องมี พ.ร.บ.คู่ชีวิตแยกออกมา ซึ่งเสนอโดย ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

สำหรับแนวทางที่สอง พรรคก้าวไกลให้เหตุผลว่า แนวทางแรกไม่รองรับความเท่าเทียมทางเพศเท่าที่ควร จึงเชิญชวนให้ประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ และเป็นที่มาของแฮชแท็ก #สมรสเท่าเทียม ในทวิตเตอร์นั่นเอง

สำหรับความแตกต่างของ 2 แนวทาง เราสรุปมาจากเว็บไซต์ของ iLAW ได้ดังนี้

ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต

(กระทรวงยุติธรรม)

แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ว่าด้วยสมรส (ตามแนวทางของพรรคก้าวไกล)

คนที่จดทะเบียนสมรสได้มีเฉพาะเพศชายสมรสกับเพศหญิง หากเป็นเพศเดียวกันต้องไปจดทะเบียนมีสถานะเป็น ‘คู่ชีวิต’ แทน

ทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรส และมีสถานะเป็น ‘คู่สมรส’ ได้เหมือนกัน

อายุขั้นต่ำในการจดทะเบียนสมรส คือ 17 ปีบริบูรณ์

อายุขั้นต่ำในการจดทะเบียนสมรส คือ 18 ปีบริบูรณ์

ยังไม่ได้กล่าวถึงการหมั้น

อายุขั้นต่ำของการหมั้นคือ 17 ปีบริบูรณ์ โดยการให้ของหมั้น ฝ่ายชายให้หญิงและ/หรือหญิงให้ชายก็ได้ และถ้าจะให้สินสอด ก็ไม่จำกัดเพศของผู้ให้และผู้รับเช่นกัน (จากเดิมที่ฝ่ายชายต้องมอบให้กับฝ่ายหญิงเท่านั้น)

การเข้าถึงสวัสดิการของรัฐยังไม่ชัดเจน

คู่สมรสมีสิทธิเข้าถึงสวัสดิการของรัฐบางประการ และเปิดให้แก้ไขกฎหมายบางอย่าง

ที่ให้สวัสดิการเฉพาะชายหญิง

 

Reference 

ILAW. (2020, June 18). Pride Month: สำรวจ ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต-กฎหมายแพ่งว่าด้วยการสมรส. Retrieved August 11, 2020, from https://www.ilaw.or.th/node/5695

ILAW. (2020, July 7). #สมรสเท่าเทียม : สำรวจหลักกฎหมายและร่างพ.ร.บ.แก้ไขกฎหมายแพ่งว่าด้วยการสมรส. Retrieved August 11, 2020, from https://ilaw.or.th/node/5711 

The Matter. (2020, July 12). สรุปหลักการและข้อกฎหมาย ทำไม ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ของรัฐ จึงไม่นำไปสู่การสมรสเท่าเทียม? Retrieved August 11, 2020, from https://thematter.co/brief/recap/recap-1594278268/117010

แสดงความคิดเห็น