เรียนคณิตไปทำไม ? ไขข้อข้องใจไปกับ เพจคณิตศาสตร์อย่างที่ควรจะเป็น

ทำไมต้องเรียนคณิต

พอพูดถึงวิทยาศาสตร์เรายังพอนึกออกว่า ใช้อธิบายฝนตกฟ้าร้องได้ หรือภาษาไทย เราก็ฟัง พูด อ่าน เขียน กันอยู่ทุกวัน ส่วนภาษาอังกฤษยิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้เราสื่อสารกับกับชาวต่างชาติได้อย่างเข้าใจ แต่ถ้าพูดถึงคณิตศาสตร์ล่ะ ถ้าไม่ใช่บวกลบคูณหาร เพื่อน ๆ คิดว่าคณิตศาสตร์อยู่ตรงไหนในชีวิตประจำวันของเรา ?

 

“คณิตศาสตร์ก็เหมือนกับหนุ่มในซีรีส์เกาหลี ที่ใส่สูท ผูกเน็กไท หน้าตาดี ถ้าเป็นผู้หญิงก็คงเนี้ยบ ๆ สวยเป๊ะ ที่สำคัญคือ ดูเข้าถึงยาก ทั้งที่จริงเขาเป็นคนไนซ์มาก บางทีเป็นคนตลกด้วยซ้ำ แต่ภาพภายนอกทำให้คนไม่กล้าทำความรู้จักเขา” 

 

พรรษ วติวุฒิพงศ์ แอดมิน ‘เพจคณิตศาสตร์อย่างที่ควรจะเป็น’ บอกกับเราเมื่อถามถึงคาแรกเตอร์ของคณิตศาสตร์ วิชาที่เพื่อน ๆ หลายคนคงจะส่ายหน้า ถ้าถามว่าอยากเรียนไหม ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูเข้าถึงยาก และห่างไกลจากชีวิตประจำวันของเราเหลือเกิน ทั้งที่จริงวิชานี้ก็มีความสนุกซ่อนอยู่และเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราอีกต่างหาก 

ทำไมต้องเรียนคณิตถ้าพูดแบบนี้เพื่อน ๆ อาจจะยังไม่เชื่อ แต่ถ้าได้ลองเข้าไปดูในเพจคณิตศาสตร์อย่างที่ควรจะเป็น เพื่อน ๆ อาจจะเริ่มพยักหน้าตาม เพราะเพจนี้เล่าเรื่องคณิตศาสตร์ใกล้ตัวที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็น การจีบกันยังไงไม่ให้ผิดคณิตศาสตร์ ทำไมซักผ้าแล้วฝนตกตลอด แม้แต่การเล่าที่มาของชื่อเพลง Sine From Above ของ Lady Gaga ว่าเป็นเรื่องเดียวกันกับ Sine ในตรีโกณ ซึ่งวันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับแอดมิน เพจคณิตศาสตร์อย่างที่ควรจะเป็น ที่จะมาเล่าเรื่องราวเบื้องหลังพร้อมไขข้อสงสัยไปด้วยกันว่า เราเรียนคณิตศาสตร์ไปทำไมกันนะ

 

ชอบเรียนเลขมาตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า ? 

ชอบคณิตศาสตร์มาตั้งแต่ม.1 เลย ตอนเด็ก ๆ เป็นคนที่ชอบอะไรที่มีเหตุผลชัดเจน ตายตัว ถ้าเป็นศิลปะ ความสวยหรือไม่สวยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หรือวิทยาศาสตร์เองที่ดูเหมือนจะเป๊ะแล้ว ก็ยังมีข้อยกเว้นต่าง ๆ  แต่พอเป็นคณิตศาสตร์ ทุกอย่างของทุกคนเหมือนกันหมด ไม่มีเรื่องของมุมมอง ความคิดเห็นเข้ามาเกี่ยวข้อง ตอนนั้นผมเลยมองว่า คณิตศาสตร์กับโลกความเป็นจริงอยู่แยกกัน เพราะคณิตศาสตร์เป็นโลกในอุดมคติของผม ส่วนโลกของความเป็นจริงเต็มไปด้วยความไม่เป๊ะ มันไม่เป็นอย่างที่คิด

 

แล้วตอนโตล่ะ ?

ผมเรียนปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ ยิ่งรู้สึกว่าทุกอย่างมันเป๊ะเข้าไปอีก แต่พอปริญญาโท ได้มาเรียนคณิตศาสตร์ประยุกต์ ก็เริ่มเห็นว่า เราสามารถเอาคณิตศาสตร์ไปใช้กับสิ่งต่าง ๆ ได้ โลกความเป็นจริงที่เรารู้สึกว่ามันไม่เป๊ะเนี่ย จริง ๆ แล้วก็มีส่วนที่เป๊ะ มีส่วนที่เป็นกฎเกณฑ์ของอยู่เหมือนกัน มันทำให้ผมรู้ว่า ณิตศาสตร์ที่คิดว่า มันสมบูรณ์แบบและไม่มีอยู่จริงน่ะ จริง ๆ แล้วมันมี เพียงแต่เราไม่เคยเห็น เพราะไม่มีใครเคยชี้ให้เห็นว่า ของพวกนี้มันอยู่รอบตัวเรานะ เบื้องหลังความมั่วซั่วต่าง ๆ รอบตัวเรา จริง ๆ แล้วมันมีกฎบางอย่างที่อธิบายเป็นเหตุเป็นผลได้ แค่เราไม่เคยรู้

Banner_N-Dunk_Orange

อะไรบ้างที่เราไม่เคยรู้ ?

อย่างเช่นระบบล็อกอินผ่านไอโฟนด้วยใบหน้า แต่ละรอบเราทำหน้าไม่เหมือนเดิม ไอโฟนรู้ได้ไงว่าเป็นหน้าเรา ก็เพราะมันเปลี่ยนพิกเซลบนภาพเป็นตัวเลข แล้วเอาไปประมวลผลด้วยสมการบางอย่างที่ซับซ้อน เพื่อเปรียบเทียบว่าเป็นหน้าใคร ผมจงใจพูดคำว่า สมการที่ซับซ้อน เพราะคนที่เขาเรียนคณิตศาสตร์หรือด้านนี้ เขาก็จะรู้ว่าสมการที่ผมพูดถึงนี้คืออะไร แต่คนปกติไม่ต้องรู้หรอก ไม่ต้องซีเรียสว่า การหาสมการเป็นยังไง ผมมองว่ามันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตรงนั้นก็อาจจะมีคนทำเยอะแล้ว แต่ตรงที่ไม่มีคือ รอบตัวเรามันมีคณิตศาสตร์อยู่ตรงไหนบ้าง แล้วถ้าใครสนใจค่อยไปศึกษาต่อ ยังมีแหล่งศึกษาอีกมากมาย 

อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ ในคณิตศาสตร์มัธยมปลายจะมีหัวข้อเมทริกซ์อยู่ ครูสอนให้บวกลบคูณหารเมทริกซ์ พอจบม.ปลายมา เราทำได้ แต่ไม่มีใครตอบได้ว่าให้เอาไปทำอะไรต่อ แต่ถ้าผมบอกว่า ถ้าเรามีแผนที่อยู่อันนึง มีโลเคชันต่าง ๆ ร้านอาหาร บ้าน โรงเรียน เป็นจุด ๆ แล้วผมโยงเส้นเข้าหากัน มันจะคล้าย ๆ แผนผังเหมือน google maps ถ้าอยากหาวิธีเดินทางด้วยระยะสั้นที่สุด ผมสามารถหาได้ด้วยเมทริกซ์ 

แม้ทุกคนจะเคยเรียนเมทริกซ์ ทุกคนเคยรู้จัก google maps แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่ามันเกี่ยวกัน นี่คือตัวอย่างและประเด็นที่ผมสังเกต ซึ่งสุดท้ายแล้ว เราก็ไม่ได้มาใช้เมทริกซ์คำนวณหาทางที่สั้นที่สุดด้วยตัวเอง เราก็คงใช้ google maps เหมือนเดิม แต่สิ่งที่อยากให้รู้ คือมันเป็นเรื่องเดียวกัน จะได้ไม่ต้องเรียนเมทริกซ์อย่างแห้งเหี่ยวมากนัก

 

ทำไมต้องเรียนคณิต

 
ทั้งหมดนี้เลยเป็นที่มาของ เพจคณิตศาสตร์อย่างที่ควรจะเป็น ?

ใช่ เราเรียนคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก แต่เราเรียนในสิ่งที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ตรงไหนในโลก ผมว่ามันน่าเศร้า ถ้าตอนนี้ให้นั่งแล้วมองออกไปตรงหน้า คนส่วนใหญ่ก็คงไม่เห็นหรอกว่าจะมีคณิตศาสตร์อยู่ตรงไหนบ้าง แถมบางคนยังรู้สึกว่าคณิตศาสตร์มันยากด้วย แต่ยากน่ะไม่ว่า เรียนวิชาอื่นที่ยากเยอะแยะ ซึ่งเรายังพอรู้ว่าเราเรียนของยากเพื่อไปทำอะไร แต่คณิตศาสตร์ยากแล้ว พอมองออกไปยังไม่รู้เลยว่าอยู่ตรงไหน เลยรู้สึกว่ามันเป็นปัญหา ดังนั้นไอเดียเรื่องการทำเพจเลยเกิดขึ้นมา จะเห็นว่าในเพจไม่ได้ลงดีเทลอะไรเลย ผมแค่อยากชี้ให้ดูว่าตรงนี้มีคณิตศาสตร์อยู่ด้วยนะ แค่นั้นพอ เพราะสำหรับผม ความตั้งใจแรก คือการเชื่อมคนทั่วไป กับคณิตศาสตร์ที่มีอยู่แล้วเข้าหากัน 

ถ้าผมบอกกับคนที่ทำคอนเทนต์ออนไลน์ว่า คณิตศาสตร์ช่วยบอกว่าคอนเทนต์นี้ปล่อยตอนกี่โมงถึงจะดี เขาอาจจะสนใจแล้วไปศึกษาต่อว่ามันมีอะไรอยู่บ้าง แต่ก่อนจะศึกษาต่อ ต้องรู้ก่อนว่ามันมีคณิตศาสตร์อยู่เบื้องหลังยังไง ไม่งั้นก็จะลิงก์กันไม่ติด เชื่อมโยงไปไม่ถึงพาร์ตคณิตศาสตร์ สิ่งที่ผมทำเลยเป็นการเล่าเนื้อหาในเพจ เป็นจุดเริ่มต้นเผื่อว่า คนที่มาเห็นอาจจะเอาไปต่อยอด เชื่อมโยงกับสิ่งที่เขาสนใจ หรืออาจจะมีครูคนไหนมาเห็น เผื่อจะเอาไปเล่าให้นักเรียนฟัง

 

แล้วคณิตศาสตร์ที่ควรจะเป็น เป็นแบบไหน ?
ผมรู้สึกว่า คนเรียนคณิตศาสตร์แบบที่ความรู้แน่นมาก แต่ตอบไม่ได้ว่ามันอยู่ตรงไหนบ้าง หรือบอกไม่ได้ว่าเอาไปทำอะไรได้บ้าง มันเป็นคณิตศาสตร์แบบที่ไม่ควรจะเป็น สมมุติว่าเรียนเรื่องเมทริกซ์จบมา วันหนึ่งถ้าลืมเนื้อหา ก็ล้มเหลวเหมือนไม่ได้อะไรกลับมาเลย แต่ถ้าสอนใหม่ว่าเอาไปทำ google maps ได้ด้วยนะ อย่างน้อยถ้าเรียนบทนี้จบมา ผลลัพธ์อาจจะลืมเนื้อหาเหมือนเดิม แต่อย่างน้อยมันมีอะไรติดหัวมาว่า อ๋อ มันมีสิ่งที่เรียกว่าเมทริกซ์ แล้วเอาไว้ทำ google maps ได้ 

หรือวิชาอื่น ๆ เช่น ทุกวันนี้ผมลืมเรื่องคำพ้องรูป พ้องเสียง หรือคำคล้องจองว่าคืออะไร แต่ผมรู้ว่ามันเอาไว้แต่งกลอนได้ หรือถ้าผมลืมเรื่องเอนไซม์ แต่พอจำได้ว่ามันเกี่ยวกับการย่อย เลยมีอะไรติดหัวกลับมาบ้าง ถึงจะลืมเนื้อหาไปแล้ว ในขณะที่คณิตศาสตร์ไม่มีอะไรติดหัวเลย นอกจากการบ่นว่ายาก เพราะฉะนั้นคณิตศาสตร์ที่ควรจะเป็น คือ สอนเนื้อหาไปด้วย และเล่าไปด้วยว่าเนื้อหาพวกนั้นมันอยู่ตรงไหนรอบตัวเรา

 

ทำไมต้องเรียนคณิต

 
เรียนแค่บวกลบคูณหารพอไหม ?

ผมตอบตรง ๆ ว่า พอ บางคนอาจจะคาดหวังให้ผมตอบว่าไม่พอ แต่ในความเป็นจริง สำหรับบางคนที่เขาไม่ได้ใช้มันก็ไม่ได้ใช้จริง ๆ แต่ต้องนึกไว้เสมอว่ามันมีคนที่เขาใช้ เขาจำเป็นต้องรู้ และเราใช้ผลจากมันอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นคำตอบคือ สำหรับบางคนพอ สำหรับบางคนไม่พอ และสำหรับโลกใบนี้ไม่พอ เพราะถ้ามีแค่บวกลบคูณหารก็คงไม่มีเทคโนโลยี ไม่มีสิ่งต่าง ๆ 

บางคนอาจจะบอกว่า ถ้าเรารู้ตัวว่าจะไม่ใช้ ก็ไม่ต้องเรียนสิ คำถามคือ เรารู้ตัวหรือเปล่าว่าเราจะได้ใช้ไหม เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้ตัวตั้งแต่เด็ก ๆ บางทีผ่านไปเราอาจจะเปลี่ยนความฝัน เปลี่ยนเป้าหมาย เพราะฉะนั้นเราเลยต้องเรียนทุก ๆ อย่างในขั้นพื้นฐานไว้ก่อน พอถึงจุด ๆ หนึ่งที่เราไม่ได้ใช้ต่อเราก็ลืมเนื้อหามันซะก็ได้ เก็บเอาไว้แค่ Message บางอย่าง ว่ามันมีประโยชน์กับโลกนี้ยังไง

 

แล้วการท่องจำสูตรต่าง ๆ ยังจำเป็นอยู่หรือเปล่า ?

ผมไม่ได้ปฏิเสธการท่องนะ เพราะถ้าไปสอบแล้วต้องมานึกที่มาทุกครั้ง คงทำข้อสอบไม่ทันพอดี แต่คำถามคือ เราจะทำแค่สอบผ่านเหรอ นั่นเป็นคำถามทั้งกับเด็กและระบบการศึกษา เพราะฉะนั้นท่องก็อยู่ส่วนท่อง แต่ต้องรู้ที่มา รู้เหตุผล และรู้ว่าจะเอาไปทำอะไร ไม่อยากให้ท่องเฉย ๆ เหมือนเป็นภาษาเทพที่ท่อง ๆ ไป แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร

 

ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนเด็ก ๆ อยากจะบอกกับตัวเองว่าอะไร ?

ผมจะบอกเขาว่าตั้งใจเรียนวิชาอื่นบ้างนอกจากคณิตศาสตร์ เพราะผมรู้สึกว่าถ้าเรารู้วิชานี้มากขึ้น เราคงชีวิตดีกว่านี้ ผมก็เป็นเหยื่อของปฏิเสธจะเรียนในวิชาที่ไม่ชอบหลาย ๆ อย่าง เพราะผมไม่ชอบเรียนสังคมเลย เช่น เรื่องอุปสงค์ อุปทาน เศรษฐศาสตร์ แต่ทุกวันนี้ผมทำงานวิจัยด้านคณิตศาสตร์ทางการเงิน ผมก็ยังเสียดายว่าถ้าตอนนั้นตั้งใจเรียนสังคมศึกษาอาจจะโอเคกว่านี้ก็ได้ เพราะฉะนั้นผมจะบอกเด็ก ๆ ว่าตั้งใจเรียนไปก่อนเถอะ เพราะเราไม่รู้อนาคตหรอก

 

ทำไมต้องเรียนคณิต

 

มีสิ่งที่อยากแนะนำน้อง ๆ ที่เรียนคณิตศาสตร์ไหม ?

ตั้งคำถามเยอะ ๆ อย่าทำทุกอย่างไปเพราะครูบอกให้ทำ ปัญหาของการเรียนเลขทุกวันนี้คือเราเน้นคำตอบ เรารู้ว่าแพตเทิร์นนี้นำไปสู่คำตอบ แต่ในความเป็นจริง เราต้องถามตัวเองเยอะ ๆ ว่าทำไม เช่นครูบอกว่าตัวนี้ย้ายไปหารไม่ได้ เราก็ต้องถามตัวเองว่าทำไมย้ายไปหารไม่ได้ เสร็จแล้วหาคำตอบ ถ้าตอบไม่ได้ อาจจะถามครู หาคำตอบจากหนังสือ ใช้ Google หรือหาแหล่งความรู้อื่น ๆ นี่คือในมุมเด็ก 

แต่ในมุมผู้ใหญ่ ถ้าเราไปสอนให้เด็กสงสัย แต่พอเด็กถามแล้วโดนครูดุก็จบ ทุกวันนี้กระทรวงศึกษา หรือผู้ใหญ่พูดกันว่าอยากให้เด็กตั้งคำถาม อยากให้เด็กสงสัย แต่คำถามคือ ครูมีคำตอบรอไว้ไหม หรือเรามีแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ต่าง ๆ มากพอไหม ที่จะเอาไว้ตอบคำถามพวกนี้เมื่อเด็กสงสัยขึ้นมา เพราะเราจะสอนให้เด็กเป็นคนขี้สงสัยอย่างเดียวไม่ได้  แต่ผู้ใหญ่ต้องพร้อมตอบคำถามเขาด้วย

 

ถ้าคณิตศาสตร์เป็นคน ๆ หนึ่ง แล้วเราอยากตีสนิทกับเพื่อนคนนี้ต้องทำยังไง ?

ก็ต้องกล้าเข้าไปคุยหน่อย แล้วจะค้นพบว่าเขาไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น เขาก็ยังเป็นคนเป๊ะเวอร์อยู่เหมือนเดิม บางคนเข้าไปคุยแล้วอาจจะไม่ชอบ ก็ไม่เป็นไร อาจจะมีคนที่ชอบก็ได้ แต่ว่าตัวจริงเขายังคุยได้แบบคนปกติทั่วไป โอเค เขาอาจจะน่ารำคาญในบางครั้ง ใครที่เป็นสายชิวอาจจะรู้สึกว่า โห จะเป๊ะอะไรนักหนา แต่ความเป็นระเบียบและมีแบบแผนของเขามีประโยชน์ ผมไม่ได้บอกให้ทุกคนเป็นอย่างเขา แต่ถ้ามีเขาในชีวิตบ้าง ก็จะช่วยเราได้เยอะ เพราะมันมีหลายเรื่องที่แบบแผนก็จำเป็น

 

เป็นยังไงกันบ้างกับบทสัมภาษณ์ที่นำมาฝากกันวันนี้ หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้แรงบันดาลใจหรือไอเดียดี ๆ ก่อนกลับไปเรียนคณิตศาสตร์กันอีกครั้ง และสำหรับใครที่สนใจคณิตศาสตร์นอกห้องเรียนก็สามารถติดตามกันต่อได้ในเพจ ‘คณิตศาสตร์อย่างที่ควรจะเป็น’ หรือจะเข้าไปอ่านเรื่องราวสนุก ๆ รอบตัวเพิ่มเติมอย่างบทความร้อนเหมือนเตาอบ แต่ทำไมพยากรณ์บอก 36 องศา! และติดตามเรื่องราวดี ๆ ที่เราจะนำมาฝากกันครั้งหน้าได้ที่ Blog StartDee ของเราได้เลย

แสดงความคิดเห็น