เรียนรู้เรื่องความเท่าเทียมไปกับ SpongeBob SquarePants

ความเท่าเทียม

จากกระแสการเรียกร้องความเท่าเทียมให้กับชาวผิวสีในสหรัฐอเมริกา ได้กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจ จนเกิดแฮชแท็ก #BlackLivesMatter อย่างที่เพื่อน ๆ เห็นในโซเชียลมีเดีย แต่ ‘ความเท่าเทียม’ ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวหรือเรื่องของผู้ใหญ่เท่านั้น เพราะเด็กและวัยรุ่นอย่างเราก็สามารถเรียนรู้และทำให้เกิดขึ้นได้จากเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน

วันนี้เราเลยอยากชวนเพื่อน ๆ มาถอดบทเรียนเรื่องความเท่าเทียมจากการ์ตูนสุดฮิตอย่าง Spongebob กับสาระที่ซ่อนอยู่ในชีวิตที่ดูเหมือนจะไร้สาระของเจ้าฟองน้ำสีเหลืองตัวนี้กัน !

 

‘Bikini Bottom’ เมืองจำลองสังคมแห่งความหลากหลายใน SpongBob SquarePants

Spongebob เป็นเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลในเมือง Bikini Bottom ที่มีทั้งสนามบิน ร้านอาหาร และรถสัญจรไปมาไม่ต่างจากชีวิตทั่วไปของมนุษย์ ซึ่งคาแรกเตอร์ของแต่ละตัวละคร สะท้อนตัวตนของคนในสังคมที่แตกต่างกันออกไป เช่น Spongebob เป็นตัวแทนของความเป็นเด็ก มีความสุขกับเรื่องเล็ก ๆ ไม่ได้สนใจอำนาจ เงินทอง หรือชื่อเสียง ขณะที่ Mr.Krabs เจ้าของร้าน Krusty Krab เป็นตัวแทนของมนุษย์ทุนนิยมที่ลูกค้าคือพระเจ้า และตัวเลขในกระเป๋าตังค์สำคัญที่สุด 

เรื่องราวใน Bikini Bottom จึงเป็นเหมือนการจำลองสังคมที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ช่วงวัย ลักษณะนิสัย หรือแม้แต่ค่านิยมที่แตกต่างกัน ซึ่งหากสังเกตดี ๆ จะพบว่า การ์ตูนเรื่องนี้ไม่ได้เน้นฮีโร่ผู้มากอบกู้ หรือตัวร้ายที่ต้องถูกกำจัด แต่เป็นเรื่องราวสุดป่วนของชาว Bikini Bottom ที่พวกเขาจะได้เรียนรู้และรับผิดชอบความผิดพลาดของตนเอง เพื่อปรับตัวให้อยู่ร่วมกันได้แถมยังให้บทเรียนกับผู้ชมอีกด้วย ซึ่งบทเรียนจะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลยดีกว่า

 

Spongebobภาพตัวละครหลักใน Spongebob Squarepants (ขอบคุณภาพจาก Deviantart)

 

บทเรียนที่ 1  ไม่เหมือนใคร ไม่ใช่เรื่องผิด

ในเมือง Bikini Bottom นอกจากเหล่าสัตว์ทะเลแล้ว ยังมี Sandy กระรอกสาวจาก Texas ผู้อาศัยอยู่ในโดมแก้ว และสวมชุดเหมือนนักบินอวกาศให้หายใจใต้น้ำได้สะดวก ซึ่งมีตอนหนึ่งที่ Sandy เศร้าเพราะคิดถึงบ้าน แถม Patrick กับ SpongeBob ยังล้อเลียนเรื่องบ้านเกิดของเธอ จนรู้สึกแย่ไปกว่าเดิม พวกเขาเลยพยายามทำให้ Sandy รู้สึกดีขึ้น ด้วยการทำอาหารและตกแต่งสถานที่แบบ Texas ไว้เซอร์ไพรส์เธอ แม้จะไม่ใกล้เคียงความเป็น Texas เท่าไร แต่ก็ทำให้ Sandy ซึ้งใจและคิดได้ว่า ถึงที่นี่จะไม่ใช่บ้านเกิด แต่ทุกคนก็ใส่ใจและน่ารักกับเธอเสมอ ไม่ต่างจากครอบครัวเลยล่ะ ส่วนเจ้า SpongeBob และ Patrick ก็เลิกล้อเลียน Sandy เพราะเรียนรู้ว่าไม่ใช่สิ่งที่ควรทำและไม่อยากให้ Sandy รู้สึกแย่ 

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากตอนนี้ คือความเห็นอกเห็นใจกัน โดยไม่แบ่งแยกว่า เกิดที่ไหน เชื้อชาติศาสนาอะไร เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงตัวตนของแต่ละคนที่ต่างกันออกไป ซึ่งเป็นเรื่องแสนจะธรรมดาของโลกใบนี้ ไม่ใช่เรื่องผิดที่ควรนำมาล้อเลียนให้อีกฝ่ายรู้สึกอับอายหรือด้อยกว่า  ถ้าเปรียบ Sandy เป็นเหมือนมนุษย์ ก็คงคล้ายกับเพื่อนต่างชาติ ต่างภาษา หรือนับถือคนละศาสนา ทำให้มีเงื่อนไขและวิถีชีวิตบางอย่างแตกต่างจากคนส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรจะเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนกันมากกว่า เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ อย่างชาว Bikini Bottom ที่ไม่ล้อเลียนหรือบังคับให้ Sandy สวมชุดปกติเพราะเข้าใจว่าเธอจำเป็นต้องใส่ชุดนี้เพื่อให้อาศัยอยู่ใต้น้ำได้นั่นเอง

spongebob

ภาพ Sandy กระรอกสาวในเรื่อง Spongebob (ขอบคุณภาพจาก Celebritynewsy)

 

บทเรียนที่ 2 ไม่ใช่ไม่เก่ง แค่ถนัดกันคนละอย่าง

มีตอนหนึ่งที่ SpongeBob เห็น Sandy กับเจ้าปูกล้ามยักษ์ยกน้ำหนักออกกำลังกายกัน SpongeBob เลยพยายามทำตาม หวังให้เพื่อน ๆ ชื่นชมและยอมรับ แต่แขนน้อย ๆ ของเขารับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้เจ้าฟองน้ำกางเกงขาด! เพื่อน ๆ เลยหัวเราะชอบใจกันใหญ่จนเจ้าตัวคิดไปว่า ถ้าเล่นมุกกางเกงขาดตลอดเวลา ทุกคนคงจะชอบ แต่ต่อมาเพื่อน ๆ เริ่มจะไม่ขำแถมยังเอือมที่ SpongeBob เล่นมุกกางเกงขาดตลอดเวลา (ก็ตอนกินข้าวอยู่ใครจะอยากดูก้นฟองน้ำกันล่ะ) ซึ่งตอนสุดท้าย Sandy ได้บอกกับเขาว่า “ถ้าอยากเป็นเพื่อนกับฉัน แค่เธอเป็นตัวเองก็พอแล้ว” 

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า มิตรภาพ ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นพวกเดียวกัน ทำอะไรเหมือนกันซะทุกอย่าง แต่เป็นการยอมรับความแตกต่างของกันและกัน เพราะแต่ละคนล้วนถนัดกันคนละเรื่อง เก่งกันคนละอย่าง ไม่จำเป็นที่ SpongeBob จะต้องยกน้ำหนักได้เก่งเหมือน Sandy หรือเป็นฟองน้ำสายฮาตลอดเวลา เพียงแต่เป็น SpongeBob ที่จริงใจและห่วงใยเพื่อน ๆ แบบเดิมก็เพียงพอแล้ว เพราะทุกคนสมควรที่จะได้รับการยอมรับ ไม่ว่าจะเหมือนหรือต่างจากคนอื่น ๆ ตราบใดที่ไม่ทำอะไรเกินขอบเขตและไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน 

 

ความเท่าเทียมภาพ Spongebob ที่พยายามยกน้ำหนักจนกางเกงขาด (ขอบคุณภาพจาก Tenor)

 

บทเรียนที่ 3  จะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ต้องเปิดใจฟังกัน 

Yalda T Uhls นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กกล่าวว่า SpongeBob คือตัวแทนของความเป็นเด็ก ที่อยู่กับปัจจุบันและสนุกกับการเล่นเป่าฟองสบู่ ขณะที่เจ้า Squidward ไม่ได้สนใจการเล่น แต่มุ่งมั่นอยากจะมีชื่อเสียงบนเส้นทางความฝันของตนเอง 

วันหนึ่ง Squidward ซ้อมคลาริเน็ตไม่ได้ดั่งใจซักที แถม SpongeBob ยังเป่าฟองสบู่รบกวนการซ้อมของเขาอีก Squidward เลยบอกให้ SpogeBob และ Patrick หยุดเล่น แต่เขาก็แอบเป่าฟองสบู่ซะเอง แถมเป่าจนหน้าซีดยังไงก็ไม่ได้ฟองสบู่แสนน่ารักแบบของ Spongebob ซักที  ซึ่งแทนที่ SpongeBob และ Patrick จะหัวเราะเยาะเขา กลับพยายามเชียร์และบอกให้ Squidward ทำตามเทคนิค จนเขาสามารถเป่าฟองสบู่ขนาดยักษ์ได้สำเร็จ 

เจ้า Squidward จึงได้เรียนรู้ว่า แม้จะเก๋าแค่ไหน ก็ต้องไม่ลืมทำตามเทคนิคหรือฝึกซ้อมบ่อย ๆ อยู่ดี เขาจึงกลับไปซ้อมคลาริเน็ตด้วยหัวใจที่เบิกบาน แถมยังเป่าได้เพราะขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

บทเรียนจากตอนนี้ จึงเป็นการเปิดใจฟังเสียงของเด็ก หรือคนที่มีประสบการณ์น้อยกว่า เพราะใช่ว่าเสียงของเขาจะไม่มีคุณค่า และไม่แน่ว่าอาจจะได้มุมมองใหม่ที่เราหลงลืมหรือไม่ทันได้คิดก็เป็นได้ ขณะเดียวกัน หากผู้ใหญ่ทำพลาด ก็ใช่ว่าจะต้องซ้ำเติมหรือหัวเราะเยาะความผิดพลาดของเขา แต่สิ่งที่เราทำได้คือให้กำลังใจและสนับสนุนสิ่งเป็นประโยชน์แบบที่ Spongebob และ Patrick พยายามทำนั่นเอง

 

ความเท่าเทียม

ภาพ Squidward พยายามเป่าฟองสบู่ (ขอบคุณภาพจาก Tenor)

 

บทเรียนที่ 4  SpongeBob กับตัวแทนความหลากหลายทางเพศ

แม้ Spongebob ในเรื่องจะถูกระบุเพศอย่างเป็นทางการว่าเป็นผู้ชาย แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องเป็นเพศชายแบบห้าว ๆ เท่ ๆ เสมอไป เพราะบางที Spongebob ก็หัวเราะเสียงแหลม มีมุมอ่อนไหว ขี้กลัว หรือร้องไห้บ่อย ๆ แต่ชาว Bikini Bottom ก็ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องแปลกอะไร แสดงให้เห็นว่า ผู้ชายไม่จำเป็นต้องทำตัวเข้มแข็ง หรือดูห้าว ๆ ตลอดเวลา แต่สามารถเป็นแบบ SpongeBob หรือเป็นได้อีกหลายรูปแบบ โดยไม่ได้หมายความว่าเขาด้อยไปกว่าใคร เพียงแต่เป็นลักษณะนิสัยและตัวตนของเขาที่ไม่ได้เหมือนผู้ชายส่วนใหญ่หรือภาพที่เราเห็นจนคุ้นชินเท่านั้นเอง

 

Spongebob

ภาพ Spongebob ช่วงที่เขาอ่อนไหวและกำลังจะร้องไห้ (ขอบคุณภาพจาก Tenor)

 

จากบทเรียนทั้ง 4 ข้อนี้ เจ้าฟองน้ำสีเหลืองอาจกำลังบอกกับเราว่า ความเท่าเทียม ไม่ได้หมายถึงการทำให้ทุกคนเป็นเหมือน ๆ กันทั้งหมด แต่เป็นการยอมรับความแตกต่าง ไม่พยายามเปลี่ยนใครให้เหมือนเราหรือเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนใคร ตราบใดที่เราไม่ล้ำเส้นคนอื่น ๆ ซึ่งเราสามารถทำได้ตั้งแต่ที่บ้าน โรงเรียน หรือสังคมที่เราอาศัยอยู่ 

แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ คิดว่าความเท่าเทียมเป็นแบบไหน และ SpongeBob ได้ให้บทเรียนอะไรกับเราบ้าง ? ยังไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ แต่ดูการ์ตูน หนัง หรือซีรีส์รอบหน้า เราอยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองคิดทบทวนกันอีกทีว่าได้เรียนรู้อะไรบ้าง ไม่แน่ว่าอาจจะพบเรื่องราวดี ๆ ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเพลิดเพลินเหล่านี้ก็ได้นะ

อ่านบทความสนุก ๆ เพิ่มเติมกับ StartDee ได้ที่ บทความเรียนรู้การเป็นผู้ใหญ่ไปกับ Howl's moving castle หรือ ดูซีรีส์ให้ได้เรื่อง! เปิดห้องเรียนเพศศึกษาทั่วโลกผ่าน Sex Education

 

 

Reference:

Uhls, Y. (2012, July 08). My Psychological Theory about SpongeBob SquarePants. Retrieved June 04, 2020, from https://www.huffpost.com/entry/spongebob-squarepants_b_1500534

Trammell, K. (2019, May 05). SpongeBob and the 7 life lessons he taught a generation. Retrieved June 04, 2020, from https://edition.cnn.com/2019/05/05/entertainment/spongebob-anniversary-trnd/index.html

List of characters/Main. (n.d.). Retrieved June 04, 2020, from https://spongebob.fandom.com/wiki/List_of_characters/Main



แสดงความคิดเห็น