จัดเต็ม! รวมทุนเรียนต่อนอก ระดับม.ปลายและปริญญาตรี ฉบับอัปเดตปี 2020

cover_Draft02(resize)-1

เคยมั้ย เวลาเห็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนแชร์ประสบการณ์ไปแลกเปลี่ยนลงเฟซบุ๊ก หรือดูหนังวัยรุ่นต่างประเทศบน Netflix ทีไร ก็อดคิดตามไม่ได้ว่า มันจะดีแค่ไหนกันนะ ถ้าเรามีโอกาสได้ไปเรียนต่างประเทศบ้าง วันนี้เราอยากชวนเพื่อน ๆ มาเปลี่ยนความฝันเหล่านั้นให้เป็นความจริงกัน เพราะเราจะพาไปรู้จักกับทุนเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งระดับมัธยมศึกษาและระดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกกัน หลายทุนเป็นทุนเต็มจำนวน แถมยังให้เปล่าไม่มีข้อผูกมัดด้วย มาทำความรู้จักกันไว้ก่อน เพื่อเตรียมพร้อมสมัครตั้งแต่เนิ่น ๆ กันเถอะ!

ทุนระดับมัธยมศึกษา

สิงคโปร์

  • ASEAN Scholarship

ทุนเรียนต่อสิงคโปร์

เริ่มต้นที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างสิงคโปร์ ทุน ASEAN Scholarship จากกระทรวงศึกษาธิการประเทศสิงคโปร์ (MoE) นี้เป็นทุนให้เปล่า ไม่มีข้อผูกมัด สำหรับนักเรียนไทยระดับมัธยมที่มีผลการเรียนดี มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่ดี และมีประสบการณ์การทำกิจกรรมนอกห้องเรียน โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. ทุน ASEAN Secondary 3 Scholarship
เป็นทุนระยะเวลา 4 ปี สำหรับเข้าศึกษาต่อในระดับ Secondary 3 เป็นเวลา 2 ปี และต่อระดับ Junior College อีก 2 ปี โดยผู้สมัครมีผลการเรียนในระดับชั้นม.1 - ม.2 หรือชั้นม.2 - ม.3 สูงกว่า 3.00 ขึ้นไป

2. ทุน ASEAN Pre-University Scholarship 

เป็นทุนระยะเวลา 2 ปี สำหรับเข้าศึกษาต่อในระดับ Junior College โดยผู้สมัครต้องมีผลการเรียนในระดับชั้นม.3 - ม.4 หรือชั้นม.4 - ม.5 สูงกว่า 3.00 ขึ้นไป

มูลค่าทุน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตั้งแต่ ค่าใช้จ่ายรายปี ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายช่วงปรับตัวหลังย้ายเข้าใหม่ ค่าโดยสารเครื่องบิน ค่าเล่าเรียน ค่าสมัครสอบ GCE O-level และ A-level ไปจนถึงค่าประกันอุบัติเหตุและเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเลยทีเดียว ซึ่งทุนทั้ง 2 ประเภทจะได้รับการต่ออายุเป็นรายปี ขึ้นอยู่กับผลการเรียนของผู้รับทุน

ช่วงเวลารับสมัครทุน

การรับสมัคร ต้นเดือนมี.ค. - ต้นเดือนพ.ค. ของทุกปี

การสัมภาษณ์ เดือนก.ค. (โดยผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก จะได้รับแจ้งเพื่อเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนการสัมภาษณ์ในเดือน ก.ค. ประมาณ 1 อาทิตย์)

การประกาศผล เดือนก.ย.

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพของการศึกษาที่ยอดเยี่ยม แน่นอนว่าทุนให้เปล่าที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายครบครันขนาดนี้ ย่อมมีการแข่งขันสูงเป็นธรรมดา เพื่อน ๆ บางคนอาจกังวลว่า ถ้าผลการเรียนเราไม่ได้สูงลิ่วเด่นกว่าคนอื่นเขา จะมีสิทธิ์สมัครไหมนะ เราขอบอกเลยว่าอย่าพึ่งถอดใจไปค่ะ มีรุ่นพี่ที่เคยได้รับทุนแอบกระซิบมาว่า ทุนนี้เขามองหาเด็กที่โดดเด่นมากกว่าแค่เรื่องเรียน มุ่งเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนที่มีทักษะความเป็นผู้นำ รู้จักการคิดวิเคราะห์ และมีใจรักในการพัฒนาตนเอง เพราะฉะนั้น ใครเคยทำกิจกรรมอะไรมาบ้าง ไม่ว่าจะชมรมเอย การแข่งขัน หรือกิจกรรมจิตอาสา  มีของอะไรจะมาขาย จัดไปอย่าให้ขาดแม้แต่ข้อเดียวเลยนะ!


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.moe.gov.sg/admissions/scholarships/asean/thailand

 

สหราชอาณาจักร

  • ทุน inspire! scholarship

ขยับมายังโซนยุโรปกันบ้าง สำหรับใครที่ชื่นชอบสำเนียงผู้ดีสไตล์บริทิช ต้องมารู้จักกับทุน inspire! นี้เลย โดยทาง British Council Thailand เป็นผู้ประสานงานร่วมกับโรงเรียนผู้ให้ทุนทั่วสหราชอาณาจักรในแต่ละปี ซึ่งทุนนี้มี 2 ประเภทด้วยกัน คือ ทุนระยะเวลา 2 สัปดาห์ และทุนการศึกษาเต็มหลักสูตร ระยะเวลา 2 ปีเลยทีเดียว!

ซึ่งการสมัครทุนนี้ก็ง่ายแสนง่าย ไม่จำกัดผลการศึกษาเลยด้วย เพียงแค่เพื่อนๆ อัดคลิปตัวเองพูด speech ความยาว 1-2 ในหัวข้อที่กำหนด ส่งไปทาง British Council เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย โดยหัวข้อสุนทรพจน์ในแต่ละปี จะมีความเกี่ยวข้องกับชื่อทุน “inspire” และสหราชอาณาจักร เช่น “what inspires you the most about the UK (อะไรคือสิ่งที่ให้แรงบันดาลใจคุณมากที่สุดเกี่ยวกับสหราชอาณาจักร)” หรือ “One person in the UK who inspires me the most (บุคคลในสหราชอาณาจักรที่ให้แรงบันดาลใจฉันมากที่สุด)” ขอแค่ว่าเนื้อหาที่พูดนั้นเพื่อนๆ เป็นคนเรียบเรียงขึ้นมาเองก็พอ

โดยโรงเรียนที่ร่วมมอบทุนจะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี ซึ่งทุนดังกล่าวก็มีรูปแบบที่หลากหลาย  ตั้งแต่คอร์สเรียนภาษาระยะสั้นฟรี 2 อาทิตย์ ไปจนถึงทุนการศึกษาระดับ A-level ตลอด 2 ปีเลยทีเดียว โดยบางโรงเรียนอาจสนับสนุนแค่ค่าเล่าเรียน แต่บางทุนก็ครอบคลุมไปถึงค่าที่พักและค่ารถรับส่งเลยนะ 

มีรุ่นพี่ที่เคยได้รับทุนแอบกระซิบมาอีกแล้วว่า แม้เงื่อนไขการสมัครจะมีแค่ตัวสุนทรพจน์ แต่การออกแบบและถ่ายทำคลิปให้น่าสนใจ ก็สร้างความประทับใจให้โรงเรียนผู้มอบทุนได้ไม่น้อยเลยนะ 

ช่วงเวลารับสมัครทุน: เดือนต.ค.หรือพ.ย. - ม.ค.หรือก.พ. (เปลี่ยนแปลงในแต่ละปี)

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.britishcouncil.or.th/inspire-scholarships หรือ Facebook Fanpage ของ British Council Thailand

 

อื่นๆ

  • United World College: UWC
    ทุน-UWC

จะดีแค่ไหนถ้าเรามีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนที่มีการศึกษาชั้นเลิศ พร้อมใช้ชีวิตวัยรุ่นทั้งในและนอกห้องเรียนร่วมกับเพื่อนๆ จาก 150 กว่าประเทศทั่วโลก! ขอพาทุกคนมารู้จักกับ United World College (UWC) องค์กรทางการศึกษาที่เปิดโอกาสให้นักเรียนอายุ 16-18 ปีจากทั่วทุกมุมโลก ได้มีโอกาสมาเรียนในระดับ International Baccalaureate (IB) ด้วยกันที่วิทยาลัย 18 แห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสาขาที่อเมริกา สวีเดน เยอรมนี ญี่ปุ่น และอีกมากมาย รวมถึงประเทศไทยเองด้วย ซึ่งโควตาโรงเรียนที่เปิดให้ทุนจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปในแต่ละปี

UWC จะคัดเลือกเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถ มีทัศนคติที่เปิดกว้าง รับฟังความแตกต่าง และพร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น ให้มาเรียนรู้ร่วมกัน โดยไม่คำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจ ศาสนา เชื้อชาติ หรือภูมิหลังของนักเรียน โดยเพื่อนๆ ที่สนใจสมัครทุน UWC ต้องจบอย่างน้อยชั้นม.3 หรือกำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมปลายและยังไม่จบชั้นม.6 และมีผลการเรียนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.25 

ทุน UWC ก็เป็นอีกหนึ่งทุนที่ให้ความสำคัญกับความแตกต่างหลากหลายของนักเรียนแต่ละคนมาก ที่สำคัญเลย จุดประสงค์ขององค์กร คือการสร้างสังคมแห่งสันติภาพ โดยเริ่มจากการบ่มเพาะเยาวชนให้มีความเข้าอกเข้าใจ และยอมรับความแตกต่างซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้น นอกเหนือจากผลการเรียนเริ่ดๆ แล้ว ใครมีประสบการณ์ทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นทั้งในและนอกรั้วโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นจิตอาสาเอย เป็นกรรมการชมรมที่ต้องติดต่อกับฝ่ายอื่นๆ ในโรงเรียน หรือกระทั่งการแข่งขันสายบันเทิงอย่างดนตรีหรือบีตบ็อกซ์ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นโพรไฟล์ที่น่าสนใจได้ทั้งสิ้น อย่าลืมใส่ไปให้ครบเลยนะคะ

ช่วงเวลารับสมัครทุน: เดือนพ.ย. - ม.ค. ของทุกปี

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.th.uwc.org/

 
ทุนระดับปริญญาตรี

ญี่ปุ่น

  • ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (Monbukagakusho: MEXT)

ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น

สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีความชื่นชอบในประเทศญี่ปุ่น ห้ามพลาดทุนยอดนิยมอย่างทุนรัฐบาลญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “ทุนมง” เป็นอันขาดเลยนะ เพราะทุนมงที่ว่านี้ เป็นทุนเต็มจำนวนไม่มีข้อผูกมัด ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นมอบให้นักเรียนต่างชาติที่สนใจในภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ได้มีโอกาสมาเรียนและใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นตามที่ใฝ่ฝัน ซึ่งในความจริงแล้วทุนมงนั้นมีหลายประเภทมาก แต่หนึ่งในทุนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คือทุนระดับปริญญาตรีนั่นเอง

ทำไมทุนมงถึงเป็นทุนยอดฮิต? เพราะทุนมงได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลญี่ปุ่นโดยตรง แถมมูลค่าทุนยังครอบคลุมตั้งแต่ค่าเล่าเรียนตลอด 5 หรือ 7 ปี (ขึ้นอยู่กับคณะที่เลือกเรียน) ไปจนถึงเงินค่าครองชีพรายเดือน และค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับระหว่างประเทศอีกด้วย

ผู้ที่สนใจสมัครสอบทุนมง ต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (หรือกำลังจะจบ หมายความว่าสามารถสมัครสอบได้ตั้งแต่อยู่ม.6 เลยนั่นเอง) และมีเกรดเฉลี่ยอย่างน้อย 3.50 เว้นเสียแต่ว่ามีผลการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น JLPT ยิ่งมีผลการสอบระดับสูงเท่าไร ก็สามารถใช้เกรดที่น้อยกว่าในการสมัครสอบได้ลดหลั่นกันไป (ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถตรวจสอบเกณฑ์ได้ตามนี้เลย)

โดยการสมัครสอบจะแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก คือ การส่งใบสมัคร การสอบข้อเขียน และการสอบสัมภาษณ์ ผู้สมัครสามารถเลือกคณะที่สนใจได้หลากหลาย ทั้งฝั่งคณะสายวิทย์และสายสังคม (สายศิลป์) ซึ่งคณะที่เราเลือกก็จะเป็นตัวกำหนดว่าเราต้องสอบวิชาอะไรบ้างนั่นเอง เช่น ผู้สมัครสายสังคม ต้องสอบแค่วิชาคณิตและภาษาอังกฤษ แต่ผู้สมัครสายวิทย์ ต้องสอบทั้งคณิต ภาษาอังกฤษ เคมี และฟิสิกส์ เลยทีเดียว

ทุนมง

ตัวเลือกคณะที่ผู้สมัครสามารถเลือกได้

แม้ขั้นตอนการสมัครทุนจะมีรายละเอียดเยอะ และมีการสอบถึง 2 รอบ แต่รับรองได้เลยว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่ากับความพยายามแน่นอน ทั้งนี้ ไม่จำเป็นว่าเราต้องได้ภาษาญี่ปุ่นถึงจะมีสิทธิ์สอบทุนมงได้นะ ถึงไม่มีทักษะภาษาญี่ปุ่นเลยก็สมัครได้ไม่มีปัญหา (พูดได้แค่ไฮ่ อาริกาโตะ ซาโยนาระ ไม่นับว่าพูดได้นะเธอ!) แต่ก็มีรุ่นพี่ทุนมงกระซิบมาเหมือนกันว่า หากฝ่าฟันไปถึงรอบสัมภาษณ์ได้ การมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นก็อาจทำให้เราดูน่าสนใจขึ้นในสายตากรรมการก็เป็นได้ แต่อย่างที่บอกว่ามันไม่ได้จำเป็นเสมอไป เราเชื่อว่าเพื่อน ๆ ต้องมีมุมที่น่าสนใจอีกมากมาย และอยากให้มั่นใจเอาไว้ว่า ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นเขาไม่ได้มองหาเพียงแต่คนที่เก่ง แต่เป็นคนเก่งที่มีแรงบันดาลใจในการทำสิ่งดีๆ เป็นผู้ที่สามารถเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและญี่ปุ่นได้ต่างหาก  

ช่วงเวลารับสมัครทุน: 

ส่งใบสมัคร ต้นเดือนพ.ค. - ต้นเดือนมิ.ย. ของทุกปี

สอบข้อเขียน ปลายเดือนมิ.ย.

สอบสัมภาษณ์ ปลายเดือนก.ค.

ประกาศผล ต้นเดือนส.ค.

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.th.emb-japan.go.jp/itpr_th/jis_study.html

 

เกาหลี

  • ทุนรัฐบาลเกาหลี (Global Korea Scholarship: GKS)

ทุนรัฐบาลเกาหลี

จากเจป๊อบ หันมาเอาใจแฟนคลับเคป๊อบกันบ้าง กับทุนเต็มจำนวนส่งตรงจากแดนกิมจิอย่าง Global Korea Scholarship หรือทุนรัฐบาลเกาหลี ที่ครอบคลุมตั้งแต่ค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพรายเดือน ค่าใช้จ่ายช่วงปรับตัวหลังย้ายเข้าใหม่ ค่าโดยสารเครื่องบิน ค่าประกันสุขภาพ ค่าเรียนคอร์สภาษาเกาหลี ไปจนถึงเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษารูปแบบต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ไม่แปลกใจที่เป็นอีกหนึ่งทุนในฝันที่เด็กไทยหลาย ๆ คนหมายตาไว้เลย

โดยการสมัครทุนรัฐบาลเกาหลีแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนหลัก คือ การยื่นใบสมัคร และการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งแบ่งตามวิธีสมัคร 2 รูปแบบ ได้แก่ Embassy Track หรือประเภทสมัครผ่านสถานทูต ซึ่งทางรัฐบาลเกาหลีมีโควตาสำหรับนักเรียนไทยทั้งสิ้นปีละ 3 คน โดยผู้สมัครสามารถเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเกาหลี 63 แห่ง และต้องส่งใบสมัครไปยังสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ในขณะที่ Regional Universities Track หรือประเภทสมัครโดยตรงต่อมหาวิทยาลัยประจำภูมิภาค ผู้สมัครสามารถเลือกเข้าศึกษาในสาขาด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติและวิศวกรรมศาสตร์ได้ ที่มหาวิทยาลัยประจำภูมิภาค 38 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีโควตาสำหรับนักเรียนไทยปีละ 2 คน โดยในการสมัครรูปแบบนี้ ผู้สมัครต้องศึกษารายละเอียด และดำเนินการส่งเอกสารไปยังมหาวิทยาลัยที่เลือกสมัครด้วยตนเอง

สำหรับเงื่อนไขในการสมัครทุนรัฐบาลเกาหลี ขอบอกเลยว่าไม่โหดเท่าทุนอื่น ๆ เลย เพราะเงื่อนไขหลักมีเพียงว่าเป็นผู้จบการศึกษา (หรือกำลังจะจบ) ระดับมัธยมปลาย และมีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.64 เพียงเท่านั้นเอง เพียงแต่มีเงื่อนไขว่าผู้สมัครต้องจบการศึกษาภายใน 1 มี.ค. ของปีที่สมัครเท่านั้นถึงจะมีสิทธิสมัครได้ ทั้งนี้ก็เพราะมหาวิทยาลัยในเกาหลีเปิดเรียนเร็วกว่าที่ไทย จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องไทม์ไลน์การสมัครเป็นพิเศษนั่นเอง

ช่วงเวลารับสมัครทุน: 

ส่งใบสมัคร ต้นเดือนก.ย. - ต้นเดือนต.ค. ของทุกปี

สอบสัมภาษณ์ ปลายเดือนต.ค.

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.studyinkorea.go.kr/en/sub/gks/allnew_invite.do

 

จีน

  • ทุนรัฐบาลจีน (Chinese Government Scholarships: CGS)

ทุนรัฐบาลจีน เป็นทุนที่ดูแลโดย China Scholarship Council (CSC) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการมอบทุนให้กับนักเรียนต่างชาติที่สนใจเข้ามาศึกษาต่อในประเทศจีนโดยตรง ซึ่งทาง CSC มอบทุนเต็มจำนวนที่ครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก และค่าครองชีพรายเดือน ให้กับนักเรียนทุนต่างชาติระดับปริญญาตรีเป็นจำนวนมากในทุกปี ทุนรัฐบาลจีนนั้นไม่ได้มีหลากหลายด่านคัดเลือกสุดหินเหมือนทุนรัฐบาลประเทศอื่น แต่ก็มีความท้าทายตรงที่ว่าผู้สมัครต้องจัดการศึกษารายละเอียดและยื่นใบสมัครไปยังแต่ละมหาวิทยาลัยที่สนใจด้วยตนเอง ดังนั้น หากมั่นใจแล้วว่าตัวเองมีความสนใจในการเรียนต่อประเทศจีนจริง และพร้อมอดทนใช้ความพยายามจัดการเรื่องการสมัครไปในแต่ละขั้นตอน ก็ตามมาอ่านรายละเอียดต่อกันได้เลย

อย่างแรกสุด ทุนรัฐบาลจีนกำหนดเงื่อนไขของผู้สมัครเพียงอย่างเดียว คือ ผู้สมัครระดับปริญญาตรี ต้องมีอายุไม่เกิน 25 ปี! ส่วนเรื่องผลการเรียนนั้นไม่ได้มีกำหนดขั้นต่ำไว้เลย แต่แน่นอนว่าเกรดที่ดีก็ย่อมเป็นที่น่าประทับใจในมุมมองของมหาวิทยาลัยที่เราเลือกเป็นธรรมดา นอกจากนี้ ทาง CSC ก็ไม่ได้กำหนดว่าผู้สมัครต้องมีทักษะความรู้ทางภาษาจีนแต่อย่างใด เพราะหลักสูตรของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการก็มีทั้งหลักสูตรภาษาจีน และหลักสูตรสากลภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาตินั่นเอง โดยขั้นตอนในการสมัครนั้น สามารถสรุปได้ง่าย ๆ ดังนี้

  1. เลือกมหาวิทยาลัยที่สนใจ โดยผู้สมัครสามารถเลือกสมัครเรียนในมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการถึง 243 แห่งทั่วประเทศจีนเลยทีเดียว ซึ่งทาง CSC ได้รวบรวมรายชื่อมหาวิทยาลัยทั้งหมดไว้แล้ว และแบ่งเป็นหมวดหมู่ตามความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยไว้ด้วย สามารถตรวจสอบได้ ที่นี่ เลย ขอแอบกระซิบไว้ว่า เพื่อน ๆ สามารถเลือกมหาวิทยาลัยได้หลากหลายแห่ง แต่จะอธิบายต่อในขั้นที่ 3 นะ
  2. ติดต่อให้อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยรับเข้าเป็นนักศึกษา ขั้นตอนนี้ไม่ได้เป็นข้อบังคับ แต่การมีจดหมายรับรองรับเข้าศึกษา (Acceptance Letter) จากอาจารย์ จะช่วยเพิ่มโอกาสที่ CSC จะพิจารณาให้ทุนกับเราด้วยนะ แม้อาจจะฟังดูยาก แต่ความจริงแล้วเพื่อน ๆ แค่เริ่มจากการเขียนอีเมลล์ไปหาอาจารย์ เพื่อแสดงถึงความสนใจและความมุ่งมั่นในการเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยนั้น ๆ ก็เพียงพอแล้ว หากอาจารย์ติดต่อกลับมาและตกลงให้เข้าเรียนแล้ว เราถึงส่ง Acceptance Letter Format กลับไปให้เขา เท่านี้ก็เพียงพอ
  3. กรอกแบบฟอร์มสมัครทุนออนไลน์ ประเภทการพิจารณาทุนของ CSC แบ่งเป็น 3 หมวดหมู่ คือ Category A (สมัครผ่านสถานทูตจีน) ซึ่งมีโควตาสมัครได้สูงสุด 2 มหาวิทยาลัย Category B (สมัครผ่านมหาวิทยาลัยโดยตรง) มีโควตาสมัครได้สูงสุด 3 มหาวิทยาลัย และ Category C (สมัครผ่านช่องทางอื่น เช่น เอเจนซี่ หน่วยงานท้องถิ่น) ซึ่งไม่มีกำหนดโควตาการสมัคร ยิ่งสมัครหลายแห่งก็ยิ่งมีสิทธิได้รับทุนมาก แต่ทั้งนี้เพื่อน ๆ ต้องกรอกแบบฟอร์มใหม่ทุกครั้งในแต่ละมหาวิทยาลัยที่สมัครนะ 
  4. เข้ารับการตรวจสอบสุขภาพ เพื่อนำผลตรวจสุขภาพไปยื่นในการสมัครด้วย
  5. เตรียมเอกสารทั้งหมด ตามที่ระบุในแบบฟอร์มสมัครและตามที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกำหนด เช่น ผลการเรียน (Transcript) เรียงความความสนใจในการศึกษาต่อ (Personal Statement) แผนการศึกษาต่อ (Study Plan) จดหมายแนะนำจากอาจารย์ (Recommendation Letters) เป็นต้น 
  6. ส่งเอกสารไปยังมหาวิทยาลัย หากเราสมัครหลายมหาวิทยาลัย ก็ต้องส่งแยกกันไปนะ

เมื่อเสร็จสิ้นทุกขั้นตอน ก็ต้องคอยติดตามสถานะการสมัครทางออนไลน์อยู่เป็นระยะ ๆ ซึ่งกระบวนการพิจารณาทุนอาจใช้เวลาไม่น้อย ถ้าเพื่อน ๆ เลือกสมัครหลายมหาวิทยาลัย ก็อย่าลืมวางแผนแบ่งเวลาการสมัครให้รอบคอบนะ

ช่วงเวลารับสมัครทุน: ส่วนใหญ่แล้วอยู่ในช่วงเดือนต.ค. - เดือนเม.ย. ของทุกปี ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.chinesescholarshipcouncil.com/

value-prop-covers_Blog_840x213_Draft05

ไต้หวัน

  • ทุนรัฐบาลไต้หวัน (Taiwan Scholarship Program Directions for Thai Students)

ขอปิดท้ายโซนเอเชียด้วยอีกหนึ่งประเทศยอดฮิตในหมู่นักเรียนไทย อย่างทุนรัฐบาลไต้หวัน ที่ทาง MOE หรือกระทรวงศึกษาธิการของไต้หวัน จัดหนักจัดเต็มมอบทุนเรียนต่อระดับปริญญาตรีแก่นักเรียนไทยกว่า 17-18 ทุนในทุกปี โดยทุนนี้ครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียน (40,000 NTD ต่อเทอม หรือประมาณ 42,000 บาท) และค่าครองชีพรายเดือน (15,000 NTD ต่อเทอม หรือประมาณ 16,000 บาท) ตลอดระยะเวลา 4 ปีจนจบการศึกษาเลยทีเดียว

สำหรับเงื่อนไขการสมัครนั้นก็มีไม่เยอะเลย ขอแค่เป็นผู้จบการศึกษาระดับมัธยมปลาย ที่มีเกรดเฉลี่ยในระดับที่น่าพึงพอใจก็เพียงพอแล้ว (ทาง MOE แนะนำมาว่าผู้สมัครควรมีเกรดเฉลี่ยสูงกว่า 2.60 แต่ก็ไม่ได้บังคับนะ) ส่วนทักษะภาษาจีนก็ไม่ใช่ข้อบังคับเช่นกัน เพราะหลักสูตรในมหาวิทยาลัยที่ไต้หวันมีทั้งหลักสูตรภาษาจีนและภาษาอังกฤษเลย (ตรวจสอบหลักสูตรภาษาอังกฤษได้ ที่นี่) เงื่อนไขเพียงอย่างเดียว คือ ผู้สมัครต้องติดต่อและสมัครเรียนกับมหาวิทยาลัยที่ตนเองสนใจให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงมายื่นขอรับทุนจากทาง MOE

สำหรับหลักฐานที่ต้องใช้ก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนเลย เพื่อน ๆ ต้องกรอกแบบฟอร์มการสมัครทุน แนบสำเนาพาสปอร์ตและผลการเรียน (transcript) เอกสารยืนยันการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย (เช่น อีเมลตอบกลับจากทางมหาวิทยาลัยในไต้หวัน ใบเสร็จชำระค่าสมัครเรียน เป็นต้น) จดหมายแนะนำจากอาจารย์ 2 ฉบับ และอย่างสุดท้าย เอกสารรับรองความสามารถทางภาษา TOCFL สำหรับผู้สมัครหลักสูตรภาษาจีน และผลสอบ TOEIC (750 ขึ้นไป) TOEFL (550 ขึ้นไป) หรือ IELTS (overall 6.0 ขึ้นไป) สำหรับผู้สมัครหลักสูตรภาษาอังกฤษ

เมื่อเตรียมเอกสารทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ผู้สมัครต้องส่งเอกสารทั้งหมดไปยัง สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย (Taipei Economic and Cultural Office in Thailand) หากเพื่อน ๆ ได้รับคัดเลือก จะได้รับการติดต่อกลับไปเพื่อรอรับการสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นการคัดเลือกด่านสุดท้ายนั่นเอง

ช่วงเวลารับสมัครทุน: 

ส่งใบสมัคร ต้นเดือนก.พ. - สิ้นเดือนมี.ค. ของทุกปี

สอบสัมภาษณ์ ปลายเดือนเม.ย.

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.taiwanembassy.org/th_en/post/3043.html

 

ไอร์แลนด์

  • ทุนรัฐบาลไอร์แลนด์ (Government of Ireland - International Education Scholarships: GOI-IES)

Screen Shot 2020-05-18 at 12.25.42

ปิดท้ายบทความด้วยการพาเพื่อน ๆ ข้ามฝั่งมายังโซนยุโรปกันบ้าง ใครที่หลงใหลในธรรมชาติและภูมิทัศน์สวย ๆ ห้ามพลาดกับทุนจากรัฐบาลไอร์แลนด์ ที่สนับสนุนค่าเรียนเต็มจำนวน พร้อมทั้งค่าครองชีพสูงถึง €100,000 (หรือประมาณ 345,000 บาท) เป็นเวลาหนึ่งปี ให้กับนักเรียนที่มีถิ่นฐานจากประเทศนอกสหภาพยุโรป (non-EU) หรือเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) และได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยในไอร์แลนด์ที่ต้องการศึกษาต่อเรียบร้อยแล้ว (มี conditional offer หรือ final offer of study จากทางมหาวิทยาลัยแล้ว)

ทุน GOE-IES นี้ มีโควตาจำนวน 60 ทุนแก่นักเรียนทั่วโลก ดังนั้นการแข่งขันก็ค่อนข้างสูงไม่น้อยเลย แต่อย่าพึ่งถอดใจไป เพราะจุดประสงค์สูงสุดของรัฐบาลไอร์แลนด์ คือต้องการแสดงความมีส่วนร่วมของไอร์แลนด์ต่อสากลโลก และสร้างสัมพันธ์มิตรไมตรีกับประเทศต่าง ๆ ดังนั้นเราจึงต้องแสดงความสนใจในประไทศไอร์แลนด์และหลักสูตรการเรียนการสอนของเขาอย่างชัดเจน รวมถึงแสดงความมุ่งมั่นที่จะสร้างประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมออกมาให้เห็นภาพอีกด้วย 

ซึ่งขั้นตอนในการสมัครทุนนั้นไม่ยุ่งยากเลย ผู้สมัครเพียงต้องสมัครผ่านระบบออนไลน์ของ HEA (Higher Education Authority) อย่างเดียวเท่านั้น โดยเกณฑ์การพิจารณาให้ทุนจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ ผลการศึกษา รางวัลและความสำเร็จทางการศึกษา และประวัติการทำงาน รวมเป็น 40 คะแนน เรียงความส่วนบุคคล (Personal Statement) อีก 45 คะแนน ซึ่งผู้สมัครต้องระบุประโยชน์ในการศึกษาที่ไอร์แลนด์และการต่อยอดในอนาคตออกมาให้เห็นภาพ และส่วนสุดท้าย คือ จดหมายอ้างอิง (References) ซึ่งคิดเป็น 15 คะแนน รวมทั้งสิ้น 100 คะแนน เมื่อสมัครเรียบร้อยก็สามารถตรวจสอบผลการพิจารณาได้จากทางระบบออนไลน์ได้โดยตรงเลย สะดวกและง่ายสุด ๆ ไปเลยเนอะ

ช่วงเวลารับสมัครทุน: ต้นเดือนก.พ. - ปลายเดือนมี.ค. ของทุกปี

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: http://eurireland.ie/2020/02/10/government-of-ireland-international-education-scholarships-2020/

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว มีใครสนใจทุนไหนเป็นพิเศษบ้างไหมเอ่ย แม้จะขึ้นชื่อว่าทุนการศึกษา แต่เพื่อน ๆ คงเห็นแล้วว่า ผู้มอบทุนแต่ละประเทศนั้นไม่ได้มองหาเด็กที่เก่งแต่เรื่องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นคนหนุ่มคนสาวที่มีความสนใจอย่างรอบด้าน มุ่งมั่นพัฒนาตนเองและสังคม และพร้อมเปิดกว้างสู่ประสบการณ์ใหม่ ๆ ต่างหาก

สำหรับใครที่สนใจสมัครทุนไม่ว่าทุนไหนก็ตาม เราอยากสนับสนุนให้เพื่อน ๆ ได้ลองทำกิจกรรมและหาประสบการณ์ทั้งในและนอกรั้วโรงเรียนอย่างกว้างขวาง แล้วลองกลั่นกรองบทเรียนที่ได้จากประสบการณ์นั้นๆ ดู เพราะนั่นจะเป็นจุดขายที่จะทำให้เพื่อน ๆ โดดเด่นแตกต่างจากผู้สมัครคนอื่น ๆ อย่าลืมว่ากิจกรรมน่ะเพื่อน ๆ ต้องลงมือทำเอง แต่เรื่องเรียน ให้แอปพลิเคชัน StartDee เป็นตัวช่วยได้เสมอนะ (เนียนขายของซะงั้น) หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ไม่มากก็น้อย แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้านะ :)

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น