อยากเรียนจิตวิทยามาทางนี้ แนะแนวอาชีพมาแรง กับ StartDee

อยากเรียนจิตวิทยา

เมื่อเราพูดถึงคนที่มีอาการป่วยทางจิต ภาพที่ปิ๊ง ๆ ขึ้นมาในหัวต้องเป็นฉากในละครหลังข่าว ที่ตัวร้ายเสียสติเพราะพระเอกนางเอกไม่รัก เดินตาลอย พูดเพ้อไม่รู้เรื่อง แต่จริง ๆ แล้วคนที่มีอาการป่วยทางจิตนั้น มีระดับมากน้อยแตกต่างกัน ซึ่งสามารถเข้ารับคำปรึกษาจากนักจิตวิทยา หนึ่งในอาชีพที่กำลังบูมมากเพราะสภาพสังคมที่กดดันเหลือเกิน เพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจอาชีพสายนี้ และอยากเรียนคณะจิตวิทยาดูสักตั้ง StartDee มีข้อมูลมาให้อ่านเพียบ เผื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกเรียนมหาวิทยาลัยได้ไงล่ะ

ส่วนใครที่คิดว่าตัวเองต้องเริ่มตั้งใจเรียน เพื่อให้สามารถเข้าเรียนจิตวิทยาได้ดังฝัน มาเรียนด้วยกันกับแอปพลิเคชัน StartDee นะ ดาวน์โหลดแอปด้านล่างเลย

Banner-Green-Standard

 

เรียนจิตวิทยา ไม่ได้ออกมาเป็นนักจิตวิยาที่โรงพยาบาลทุกคน

เวลาเพื่อน ๆ บอกพ่อแม่ญาติพี่น้องว่าอยากเรียนจิตวิทยา ต้องเคยได้ยินว่าเรียนคณะนี้จบมาเจอแต่คนบ้า คนจิตไม่ปกติ คนเป็นโรคประสาท สารพัดสาระเพจนทำให้ความตั้งใจที่อยากเรียนหายไปดื้อ ๆ ขอบอกว่าเรียนคณะจิตวิทยา (หรือคณะอื่น ๆ ที่มีสาขาจิตวิทยา) ไม่ได้จบมาแล้วทำงานในโรงพยาบาลทุกคนแน่นอน เรายังสามารถประกอบอาชีพอื่น ๆ ที่เราสนใจได้อีกเยอะแยะ ซึ่ง StartDee จะขอแนะนำตามสาขาต่าง ๆ ดังนี้

 

จิตวิทยาคลินิก

เมื่อเราเรียนจบสาขานี้มา สามารถเข้าไปทำงานในโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนในตำแหน่ง นักจิตวิทยาคลินิก ทำหน้าที่ให้การปรึกษา พูดคุย ช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีสุขภาพจิตไม่ปกติไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีความเครียดจากการทำงาน ผู้ที่มีความวิตกกังวล ไปจนถึงการบำบัดผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ให้ทุกคนคืนสู่สภาพจิตใจที่สมบูรณ์และปรับตัวเข้ากับสังคมได้ 

หนทางในการเป็นนักจิตวิทยาคลินิกก็อาจจะต้องฝ่าฟันกันพอสมควร ถึงแม้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย รวมถึงเรียนครบจบ 4 ปีแล้ว แต่ก็ต้องอบรมหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทาง (Internship) จัดโดยคณะกรรมการวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิก อย่างน้อยเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อสอบใบประกอบโรคศิลปะด้วย

 

จิตวิทยาชุมชน

หากจิตวิทยาคลินิกคือ Healer จิตวิทยาชุมชนก็ถือเป็น Protector เพราะเน้นไปที่การป้องกันและส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของแต่ละบุคคลให้ดีขึ้น และเมื่อทุกคนเข้มแข็ง ก็จะนำพาให้ชุมชนแข็งแกร่งตามไปด้วย โอ้โห ภารกิจของคนเรียนสาขานี้ยิ่งใหญ่จริง ๆ

เมื่อจบสาขานี้ เพื่อน ๆ สามารถเป็นนักวิชาการที่ศึกษาและพัฒนาชุมชนได้นะ บางคนก็เน้นทำงานฝึกอบรม หรือเป็นนักสังคมสงเคราะห์ตามหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งก็มีทั้งบริษัทเอกชน และหน่วยงานรัฐบาลเปิดรับอยู่เยอะเลย เรียนไปไม่ตกงานชัวร์ ๆ

 

จิตวิทยาพัฒนาการ

เพื่อน ๆ ที่สนใจเกี่ยวกับผู้คนในแต่ละช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก วัยรุ่น หรือผู้สูงอายุ ขอแนะนำสาขานี้เลยจ้ะ เพราะศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการของมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่จนถึงวัยชรา โดยมีแนวคิดที่ช่วยส่งเสริมให้วัยนั้น ๆ มีความสุขและมีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์ที่สุด แต่ในประเทศไทยจะเน้นไปที่จิตวิทยาวัยรุ่นกันซะเยอะ สามารถต่อยอดเป็นคุณครูแนะแนวได้อยู่นะ หรือจะทำงานคู่กับคุณหมอเด็กและวัยรุ่นก็ได้เช่นกัน

 

จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ

สาขานี้เป็นอีกสาขาที่มองเห็นภาพอาชีพหลังเรียนจบได้ค่อนข้างชัดเจน โดยศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของเหล่าพนักงานในองค์การทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงปัจจัยทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน การสรรหา การคัดเลือก การพัฒนาและการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์การ เอาเป็นว่าจบสาขานี้ไป เท่ากับก้าวขาเขาสู่แผนกทรัพยากรบุคคล หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า HR ไปแล้วข้างหนึ่ง

สี่สาขาที่เรายกตัวอย่างมานั้น เป็นสาขาของภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งในมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อาจมีสาขามากกว่านี้ เช่น สาขาจิตวิทยาการแนะแนว สาขาจิตวิทยาสังคม สาขาจิตวิทยาการทดลอง เป็นต้น

 

นักจิตวิทยา VS จิตแพทย์

เราเชื่อว่าเพื่อน ๆ จำนวนไม่น้อยต้องสับสนอลหม่านกับสองอาชีพที่ดูคล้าย แต่ก็มีความต่างนี้แน่นอน StartDee ขอสรุปง่าย ๆ เลยว่า จิตแพทย์นั้นเริ่มต้นจากการเรียนคณะแพทยศาสตร์เป็นเวลา 6 ปี จากนั้นจึงมีการต่อวิชาเฉพาะทางด้านจิตเวชอีกหลายปี เมื่อจบมาเป็นจิตแพทย์แล้ว ก็จะเน้นที่การรักษาทางกายภาพสมองของผู้ป่วย โดยสามารถสั่งจ่ายยาเพื่อช่วยปรับสมดุลเคมีในสมองของผู้ป่วยได้ โดยจิตแพทย์จะพูดคุยกับผู้ป่วยและทำการรักษาแต่ละครั้งอาจใช้เวลาไม่นานมากนัก 

ในขณะที่ นักจิตวิทยา นั้นใช้เวลาในรั้วมหาวิทยาลัยจำนวน 4 ปีในระดับปริญญาตรี ซึ่งวุฒิที่ได้มีทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ ขึ้นอยู่กับคณะและมหาวิทยาลัยที่จบมา โดยนักจิตวิทยานั้นจะมีการบำบัดผู้ป่วยด้วยการพูดคุยและให้คำปรึกษา (โดยไม่สามารถจ่ายยาให้ผู้ป่วยได้) ในระยะเวลาแต่ละครั้งยาวนานกว่าจิตแพทย์มาก ในผู้ป่วยบางรายอาจมีการพูดคุยกันมากกว่า 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว 

 

อยากเรียนจิตวิทยา มีคณะอะไร ที่ไหนบ้าง

มีเยอะแยะมากมายเลือกกันได้เต็มที่เลยล่ะ แต่คณะที่ใช้ชื่อว่า “จิตวิทยา” เต็ม ๆ เลยมีอยู่ที่เดียวในประเทศไทยคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนมหาวิทยาลัยอื่น ๆ วิชาจิตวิทยาจะเป็นสาขาหนึ่งในคณะต่าง ๆ เช่น

คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

คณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยนเรศวร

คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

 

ต้องสอบวิชาอะไร ถึงจะเป็นคนที่ใช่สำหรับคณะจิตวิทยา

นี่แหละ ความยากมันอยู่ตรงนี้ ! เพราะจิตวิทยาแต่ละที่มีเกณฑ์การรับที่แตกต่างกัน เช่น คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ใช้ GAT และวิชาสามัญ 4 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย (09) สังคมศึกษา (19) ภาษาอังกฤษ (29) และคณิตศาสตร์ โดยเลือกสอบ คณิตศาสตร์ 1 (39) หรือ คณิตศาสตร์ 2 (89) ก็ได้ ในขณะที่คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ไม่สนวิชาสามัญเลย เน้นที่ GAT และเลือกสอบได้ทั้ง PAT 1 หรือ PAT 2 (หรือจะยื่นคะแนน GAT อย่างเดียวก็ได้) แต่เกรดเฉลี่ยต้องอย่างน้อย 3.00 (แม่เจ้า เยอะไปไหนเนี่ย) ดังนั้น เพื่อน ๆ ต้องเลือกสอบให้ดี ๆ จะได้เข้ามหาวิทยาลัยที่ชอบ หรือไปเรียนสะดวกได้ยังไงล่ะ

นอกจากการสอบแล้ว เพื่อน ๆ ต้องสำรวจตัวเองด้วยนะ ว่าตัวเองมีนิสัยชอบอยู่กับคนอื่น ๆ ชอบให้คำปรึกษาพูดคุยกับคนที่มีปัญหา หรือสังเกตพฤติกรรมของคนรอบตัวหรือเปล่า เพราะลักษณะนิสัยนี้อาจช่วยให้เพื่อน ๆ สนุกกับการเรียนจิตวิทยาที่เน้นเรื่องการวิเคราะห์และเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ เพราะลำพังความเก่งในวิชาวิทยาศาสตร์นั้นไม่สามารถบอกได้ว่าเพื่อน ๆ เหมาะกับคณะนี้ได้เต็ม 100% อย่าลืมสำรวจตัวเองให้ดี ๆ ก่อนเลือกเรียนคณะนี้นะ จะบอกให้

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจอยากเป็นครู ไปอ่านกันต่อได้ที่ บทความ นี้เลย 

แสดงความคิดเห็น