How to เลี้ยงลูกแบบไม่เข้าเนื้อ กับ Trick ประหยัดเงินสไตล์ StartDee

ประหยัดเงินสไตล์ StartDee

คุณพ่อคุณแม่แต่ละคนคงเห็นด้วยกับเราว่า การเลี้ยงลูกในช่วงวัยเรียนนี่แหละ สิ้นเปลืองเงินมากที่สุด จากแต่ก่อนที่เคยเสียแค่ค่าผ้าอ้อมสำเร็จรูป ค่าอาหาร อย่างมากที่สุดก็คือค่ารักษายามเจ้าตัวเล็กเจ็บป่วย แต่พอลูกเริ่มเข้าโรงเรียน แม้จะลดค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับเด็กเล็กลงได้ แต่กลับต้องเตรียมเงินไว้มากกว่าสำหรับเด็กโตเสียอีก ใครที่สงสัยว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ไปดูกันที่บทความ พ่อแม่ต้องดู เช็กลิสต์ค่าใช้จ่ายสำหรับลูกๆ ด้านการศึกษา

จริงอยู่ที่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นั้นจำเป็น แต่มีรายการไหนบ้างนะ ที่พอจะปรับลดได้บ้าง วันนี้ StartDee จะมานำเสนอ Trick ประหยัดค่าใช้จ่าย ให้พ่อแม่มีเงินเหลือเก็บไปทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง ถ้าพ่อแม่มีความสุข ลูกก็ย่อมมีความสุขไปด้วยแน่นอน ไปดู Trick ต่าง ๆ กันเลย

 

Trick ที่ 1 ถามใจว่าโรงเรียนเสริมทักษะจำเป็นแค่ไหน ?

จริงอยู่ที่ทักษะพิเศษต่าง ๆ นั้น สามารถต่อยอดเป็นอาชีพ และทำให้ลูก ๆ ของเราโดดเด่น แต่หากไม่ใช่ทักษะเฉพาะอย่างดนตรี กีฬา หรือศิลปะ คุณพ่อคุณแม่ต้องถามใจตัวเองให้ดีก่อนว่า จำเป็นขนาดไหนที่ลูก ๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กชั้นอนุบาลต้องเรียนพิเศษเสริมทักษะ ต้องรีบอ่านออกเขียนได้ บวกลบเลขเป็น ทั้ง ๆ ที่หน้าที่หลักของพวกเขาคือการเล่นและฝึกกล้ามเนื้อมัดต่าง ๆ

น่าจะดีไม่น้อย หากคุณพ่อคุณแม่เปลี่ยนรายจ่ายค่าเรียนเสริมทักษะ มาเป็นอาหารมื้ออร่อย หนังสือนิทานหรือการ์ตูนสนุก ๆ ยิ่งในเด็กเล็กนั้น ของเล่นที่ดีที่สุดของพวกเขาคือการได้ใช้เวลากับพ่อแม่ ไม่ว่าพ่อแม่จะหยิบหม้อไห หรือใบไม้มาเล่นด้วย พวกเขาก็ยังรู้สึกสนุกมากอยู่ดี ยิ่งบ้านไหนมีเวลา สามารถชวนเด็ก ๆ ทำของเล่นใช้เองได้ ช่วยให้เกิดความภาคภูมิใจทั้งตัวพ่อแม่เอง และลูก ๆ

 

Trick ที่ 2 เซฟค่าใช้จ่าย ด้วยการเลือกโรงเรียนให้เหมาะสม

หลาย ๆ ครอบครัวเลือกโรงเรียนที่มีชื่อเสียงให้กับลูก ซึ่งไม่ใช้เรื่องผิดแต่อย่างใด เพราะโรงเรียนเอกชนค่าเทอมสูง หรือโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังต่างก็ผลิตประชากรที่มีคุณภาพให้กับประเทศมากมายทั้งนั้น แต่อย่าลืมว่า แม้แต่โรงเรียนรัฐบาลที่ค่าเทอมอาจจะถูก ก็อาจมีค่าใช้จ่ายแฝงอย่างค่าใช้จ่ายในการติวเพื่อสอบเข้าเป็นจำนวนไม่น้อย 

นอกจากนั้น โรงเรียนที่มีชื่อเสียงหลายแห่งมักอยู่ใจกลางเมือง ทำให้หลายครอบครัวต้องเสียทั้งเวลา และเงินเพื่อเป็นค่าเดินทางในแต่ละวันอีกด้วย

ดังนั้น การเลือกโรงเรียนที่มีคุณภาพพอประมาณ ในราคาที่รับได้จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีอีกแบบของพ่อแม่ หากกลัวว่าการเรียนของลูก ๆ จะไม่เข้มข้นเพียงพอ หลาย ๆ โรงเรียนก็มีห้องพิเศษที่เน้นวิชาการ รวมไปถึงห้อง English Program ที่ช่วยเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษให้กับลูก ๆ ที่ราคาย่อมเยากว่าการเข้าเรียนในโรงเรียนดัง 

 

Trick ที่ 3 ใช้ของมือสอง หรือของสืบทอดจากรุ่นพี่

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกหลายคน คงใช้เทคนิคนี้จนชินแล้ว แต่สำหรับบ้านที่มีลูกแค่คนเดียว คงสงสัยว่าแล้วจะไปหาของใช้มือสองจากที่ไหน สำหรับพวกหนังสือเรียน เพียงแค่เสิร์ชคำว่า หนังสือเรียนมือสอง คุณพ่อคุณแม่ก็จะเจอแหล่งซื้อออนไลน์หลายเจ้าที่ถูกกว่าราคาเต็มเกินครึ่ง หรือจะเดินไปตามหาที่ตลาดนัดสวนจตุจักรก็ยิ่งเยอะเข้าไปใหญ่ หรือที่ง่ายไปก่วานั้น ให้ลองสอบถามในกรุ๊ปไลน์ผู้ปกครองดูก็ได้ นอกจากประหยัดแล้ว ยังเป็นการลดโลกร้อน ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากรในการผลิตกระดาษ 

ในส่วนของชุดนักเรียน หลาย ๆ บ้านอาจรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่ต้องใส่ชุดนักเรียนมือสอง StartDee ขอแนะนำว่า ให้ใช้ของมือสองแค่บางอย่างก็พอ เช่น เข็มขัดนักเรียนหญิงม.ปลาย เข็มขัดนักเรียนชาย ผ้าพันคอยุวกาชาด ผ้าพันคอลูกเสือ เป็นต้น ส่วนรองเท้าและถุงเท้า ใช้ของใหม่ที่ลูก ๆ รู้สึกว่าใส่สบายมากที่สุดน่าจะดีกว่า

ส่วนที่สามารถใช้ Trick นี้ได้มากที่สุด คงหนีไม่พ้นของใช้จิปาถะอื่น ๆ อย่างกระเป๋านักเรียน (ยิ่งถ้าโรงเรียนไม่ได้บังคับ ยิ่งง่ายใหญ่) กระเป๋าดินสอ กล่องดินสอ ดินสอกด สิ่งของเหล่านี้สามารถหาได้ง่าย ๆ ที่ร้านขายของนำเข้าจากญี่ปุ่นมือสอง รับรองคุณภาพสูงไม่แพ้ของใหม่ แต่อาจต้องนำมาซักล้างกันให้สะอาดก่อนใช้เสียหน่อย

 

Trick ที่ 4 เรียนพิเศษออนไลน์ ประหยัดได้หลายสตางค์

ลูกก้าวเท้าออกจากบ้านแต่ละครั้ง ย่อมเสียตังค์มากกว่าอยู่กับพ่อแม่ การออกไปเรียนพิเศษนอกบ้านนั้นไม่ได้มีแค่ค่าติวเตอร์ แต่ยังมีค่าเดินทาง ค่าขนม และค่าข้าวแต่ละมื้ออีกด้วย จากบทความ เรียนพิเศษค่าใช้จ่ายพิเศษ พบว่าค่าเรียนพิเศษของเด็ก ๆ อยู่ที่ราว ๆ 10,000 - 20,000 บาทต่อเทอม (ไม่รวมค่าเรียนพิเศษของช่วงปิดเทอม) ซึ่งยังไม่รวมค่าขนมและค่าเดินทาง โดยเมื่อคำนวณคร่าว ๆ พบว่าน่าจะอยู่ที่อย่างน้อย 300 บาทต่อครั้งเลยทีเดียว

แต่หากคุณพ่อคุณแม่ให้ลูก ๆ ลองเปลี่ยนมาเรียนออนไลน์ในบางวิชา หรือบางเทอม ก็สามารถประหยัดเงินค่าเดินทางไปได้เยอะ อีกทั้งค่าเรียนออนไลน์ก็อาจถูกกว่าการไปเรียนพิเศษข้างนอก แถมยังเรียนได้ทุกที่ทุกเวลาอีกด้วย ส่วนตัวลูกๆ เองก็ยังรู้สึกว่าตามเพื่อน ๆ ทัน ไม่เกิดความกลัวว่าจะสอบไม่ติดโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยในฝัน

นอกจากนั้น บางแอปพลิเคชันยังมีโปรโมชันมากมาย ทั้งแบบเหงาจ่ายรายปีหรือรายเทอม และอาจมีจำนวนไม่น้อยที่สามารถเรียนได้หลายระดับชั้น โดยเสียเงินแค่ครั้งเดียว ไม่ต้องมีหลาย account ให้ยุ่งยาก แถมบางแอปพลิเคชัน ยังข้อสอบและแบบฝึกหัดให้ได้ลองทำอีกด้วย

 

Trick ที่ 5 สอนลูกให้ประหยัด พร้อมบอกสถานะทางการเงินแบบซื่อตรง

คงจะมีบ้างไม่มากก็น้อย ที่สถานะทางการเงินของคุณพ่อคุณแม่เกิดฝืดเคืองขึ้นมา บางครั้งอาจเกิดจากการเจ็บป่วยของญาติผู้ใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องนำเงินบางส่วนไปใช้ในการรักษา หรือเกิดปัญหาฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นรถเสีย บ้านต้องซ่อม หรือคุณพ่อคุณแม่อาจถูกลดเงินเดือนหรือให้ออกจากงาน (ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายกับหลายครอบครัวในช่วงที่ประเทศไทยของเราต้องเผชิญกับโรคโควิด-19) พ่อแม่อาจจะคิดว่าเด็ก ๆ ไม่รู้เรื่อง แต่จริง ๆ แล้วพวกเขารับความรู้สึกของพ่อแม่ได้อย่างแน่นอน ดังนั้น ให้สื่อสารกับพวกเขาอย่างตรงไปตรงมาว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง และที่สำคัญคือ ต้องบอกอย่างชัดเจนว่าอยากให้เด็ก ๆ ร่วมมือด้วยอย่างไร มีบทบาทไหนบ้างที่พวกเขาสามารถช่วยได้ เช่น บางครอบครัวต้องเปลี่ยนจากการทำงานบริษัท มาเป็นการทำอาหารและขนมขาย อาจขอให้เด็ก ๆ เป็นลูกมือในการแพ็กสินค้า หรือช่วยพ่อแม่ล้างและเก็บกวาดจานชาม เป็นต้น

สิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง คือ การว่ากล่าวหรือใส่อารมณ์กับลูกที่อาจใช้จ่ายฟุ่มเฟือยโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือเด็กโต ก็จะสัมผัสได้แต่ “อารมณ์” ของพ่อแม่ในขณะนั้น ไม่ได้รับรู้ถึงเหตุผลอันแท้จริง ที่อยู่ภายใต้คำพูดร้าย ๆ ของพ่อแม่ ยิ่งถ้าพ่อแม่ไม่เคยอธิบายให้พวกเขาเข้าใจถึงสถานการณ์ของครอบครัวมาก่อน ยิ่งก่อให้เกิดความงุนงง จนลูก ๆ รู้สึกไม่อยากเข้าใกล้พ่อแม่ จากที่ตอนแรกมีเพียงแค่ปัญหาด้านการเงินอย่างเดียว กลายเป็นมีปัญหาด้านอื่นเพิ่มเข้ามาให้แก้ไขอีก

StartDee หวังว่า Trick ทั้ง 5 ข้อนี้คงไม่ยากจนเกินไป และเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือพ่อแม่แต่ละบ้านในการประหยัดเงินได้บ้าง การทุ่มเทเงินทุกบาททุกสตางค์ให้กับลูก ๆ ในด้านการศึกษา โดยไม่เหลือไว้สร้างความสุขให้ตัวเอง อาจไม่ใช่เครื่องการันตรีความสำเร็จของลูกเสมอไป อย่างที่เราได้บอกไปแล้วว่าเด็ก ๆ นั้นซึมซับอารมณ์ของพ่อแม่ได้ง่าย ถ้าพวกเขาเห็นพ่อแม่มีความสุข ก็มักจะสบายใจไปด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นเด็ก ๆ ที่เติบโตมาด้วยความรัก และความเข้าใจ ก็มักจะโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สามารถดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศก็ตาม

Reference:

เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา และ ณิชากร ศรีเพชรตี (2020, March 3). รายรับน้อยลง ต้องประหยัดมากขึ้น: คุยกับลูกเรื่องการเปลี่ยนแปลงในครอบครัว เรื่องของผู้ใหญ่ควรให้เด็กเกี่ยว เขาจะเติบโตขึ้น. Retrieved June 22, 2020, from  https://thepotential.org/social-issues/howto-talk-with-children-about-family-problems/

สวลี ตันกุลรัตน์ (2011, May 22). เรียนพิเศษค่าใช้จ่ายพิเศษ. Retrieved June 22, 2020, from https://www.posttoday.com/finance-stock/news/90077

แสดงความคิดเห็น