โควิดระลอกใหม่ กับ ก้าวต่อไปของ StartDee : สร้างระบบ “ห้องเรียนออนไลน์” บรรเทาผลกระทบทางการศึกษา

2563-12-24-[-Blog-]-LIVE-การศึกษาไทยไม่ล็อกดาวน์-cover-840-x-410-1st-Draft
 
แม้จนถึงตอนนี้ การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 จะยังไม่นำไปสู่คำสั่งปิดเมืองทั่วประเทศเหมือนการแพร่ระบาดในรอบแรก แต่เมื่อประเมินจากสถานการณ์ที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวันในหลายพื้นที่ ก็พอทำให้เราคาดการณ์ได้ว่าทางเลือกเหล่านั้นอาจถูกนำมาใช้อีกครั้งในเร็วๆ นี้
 
หากเป็นเช่นนั้น ผลกระทบที่ตามมาย่อมกว้างขวางและซ้ำเติมผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในครั้งแรกให้ซึมลึกยิ่งขึ้น ทั้งด้านรูปแบบการใช้ชีวิต ด้านเศรษฐกิจ และด้านการศึกษาที่เด็กไทยอาจต้องกลับมาเรียนออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง – จากผลสำรวจที่ทางทีม
StartDee ได้สำรวจนักเรียนทั่วประเทศ เกิน 20% ของนักเรียนรายงานกลับมาว่าโรงเรียนของเขาได้เริ่มมีการปิดและปรับสู่การสอนออนไลน์ และล่าสุด กรุงเทพมหานครประกาศปิดโรงเรียนในสังกัดอีก 437 โรงเรียน จนถึงวันที่ 3 มกราคมปีหน้า
 
ถึงแม้ว่าในสถานการณ์ปกติ การเรียนออนไลน์เป็นประโยชน์ในการใช้ควบคู่กับการเรียนการสอนในห้องเรียน แต่จากประสบการณ์ช่วงล็อกดาวน์รอบแรก เราเห็นว่าการเรียนออนไลน์ 100% ยังมีข้อจำกัดอยู่
 
1. ในมุมของนักเรียน - ยังมีนักเรียนจำนวนมากที่ไม่พร้อมเรียนออนไลน์ ไม่ว่าจะเพราะขาดแคลนอุปกรณ์ที่ไม่พอสำหรับเด็กทุกคนในครอบครัว สภาพแวดล้อมที่บ้านที่ไม่เอื้ออำนวย หรือ สภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ครอบครัวไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้านอินเทอร์เน็ตได้ ในขณะที่นักเรียนหลายคนมองว่าการเรียนออนไลน์ยังมีความไม่น่าสนใจ เพราะอาจถูกสอนในลักษณะที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับนักเรียนเท่ากับในห้องเรียน
 
2. ในมุมของคุณครู - คุณครูบางคนยังมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะคุณครูอาวุโสหลายท่านที่แม้จะมีความเชี่ยวชาญในเนื้อหาวิชา แต่อาจไม่ชำนาญในการใช้เทคโนโลยี ส่งผลให้ไม่สามารถสอนเนื้อหาได้เต็มที่ตามแผนการสอนที่วางไว้ ต้องเปลี่ยนวิธีการมอบหมายงาน ออกการบ้าน และติดตามผลการเรียนของนักเรียน ถึงแม้จะผ่านประสบการณ์สอนมาหลายปี แต่การสอนออนไลน์อาจทำให้คุณครูบางท่านรู้สึกมั่นใจในการสอนน้อยลง เพราะต้องสอนผ่านหน้ากล้องโดยไม่เห็นปฏิกิริยาของนักเรียน แทนการสอนหน้าห้องที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์หรือเรียกความสนใจจากนักเรียนได้มากกว่า
 
3. ในมุมของผู้บริหารโรงเรียน – โรงเรียนหลายแห่งยังมีข้อจำกัดด้านการวางระบบติดตามและประเมินผลการเรียนการสอน สำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมทั้งด้านงบประมาณ อุปกรณ์ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และมีนักเรียนที่เข้าถึงเทคโนโลยีเป็นส่วนใหญ่ อาจประสบปัญหานี้น้อยกว่าโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งมีความพร้อมที่ตรงข้ามกันทุกอย่าง หากระบบติดตามและประเมินผลการเรียนการสอนไม่มีประสิทธิภาพ เด็กบางคนที่ไม่ถนัดในบางวิชา ก็อาจไม่ได้รับการช่วยเหลือจากคุณครูหรือจากโรงเรียนอย่างใกล้ชิด สม่ำเสมอ
 
ด้วยภารกิจในการ “ช่วยทำให้การศึกษาที่ดี เป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้” ทีม StartDee ได้ติดตามปัญหาเหล่านี้ และพยายามหาแนวทางแก้ไขมาโดยตลอด – แม้ในช่วงก่อนหน้านี้ที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้น แต่เราก็คาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของการระบาดรอบ 2 และปรึกษากันว่า ด้วยบทบาทของเรา จะมีความพร้อมที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทั้ง 3 กลุ่มได้อย่างไรบ้าง
 
สำหรับกลุ่มนักเรียน เราเปิดตัวแอปพลิเคชัน StartDee ท่ามกลางการระบาดระลอกแรก เพื่อช่วยให้นักเรียน ป.4 - ม.6 เข้าถึงเนื้อหาการเรียนการสอนในแอปพลิเคชัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในช่วง 6 สัปดาห์ ที่โรงเรียนถูกเลื่อนเปิดเทอมเพราะโควิด
 
หลังจากโรงเรียนกลับมาเปิด เราได้เดินหน้าต่อในการพัฒนาเนื้อหาการเรียนการสอนที่ตอนนี้มีมากกว่า 6,000 วิดีโอ และ 10,000 คำถาม และครอบคลุมทุกวิชาหลักในโรงเรียน (คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ อังกฤษ ไทย สังคม) และวิชาทักษะต่างๆนอกห้องเรียน ที่เราเล็งเห็นว่าสำคัญเช่นกันต่ออนาคต (เช่น ทักษะทางการเงิน ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม) การพยายามอย่างต่อเนื่องในการคิดค้นวิธีใหม่ๆ เพื่อออกแบบรูปแบบการเรียนออนไลน์ที่น่าสนใจ (เช่น การใช้วิดีโอสั้นๆ ที่มีคำถามคั่น การมีแต้มสะสมให้นักเรียนมีแรงจูงใจในการเรียน) ช่วยให้แอปพลิเคชันของเราตอนนี้ เข้าถึงเด็กแล้วกว่า 400,000 คน จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ และอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเด็กในการเข้าถึงเนื้อหาการเรียนการสอนออนไลน์ในช่วงโควิดครั้งนี้
 
สำหรับกลุ่มครูและโรงเรียน วันนี้เราภูมิใจที่ทางทีม StartDee ได้ตัดสินใจเร่งเปิดตัว StartDee Class ซึ่งเป็น Learning Management System (LMS) หรือ ระบบการจัดการเรียนออนไลน์ขั้นพื้นฐาน ที่อาจพอมาช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ครูและโรงเรียนได้บ้างในการจัดการสอนออนไลน์ ท่ามกลางการระบาดระลอกสอง ซึ่งทุกคนสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้
School-of-you-main-KV_840x213__Draft01
 
หลังจากทีมร่นระยะเวลาให้พัฒนาเสร็จเร็วขึ้น การใช้งานหลักที่พร้อมทันทีในตอนนี้จะเป็นการสร้างห้องเรียนออนไลน์สำหรับให้นักเรียนแต่ละห้องเข้าถึงได้ผ่านมือถือ (หรือ แท็บเล็ต) ของตนเอง โดยคุณครูประจำห้องสามารถเลือกจัดการสอนได้หลากหลายรูปแบบตามความถนัดและความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการสอนเองผ่านหน้ากล้อง การมอบหมายให้นักเรียนไปดูวิดีโอการสอนจากคลังเนื้อหาของ StartDee (หรือจากที่อื่น) การออกแบบฝึกหัดให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน การใช้ชุดข้อสอบของ StartDee ในการประเมินความเข้าใจในเนื้อหาต่างๆของนักเรียน ที่จะถูกตรวจและวิเคราะห์ผลรายบุคคลให้กับคุณครูโดยอัตโนมัติ หรือ การชวนคุยและแลกเปลี่ยนความเห็นในแชทกลุ่มประจำห้อง (รายละเอียดสำหรับคุณครูหรือโรงเรียนที่สนใจ: )
 
ในสถานการณ์โควิดที่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่  StartDee จะเป็น “ตัวช่วย” เติมเต็มการเรียนออนไลน์ของนักเรียนไทยให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ การวางแผนการสอนของคุณครูทำได้อย่างมีระบบ และการบริหารจัดการของโรงเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
สุดท้าย เราตระหนักดีว่าต่อให้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าแค่ไหน แต่คุณค่าของการเรียนในโรงเรียนยังคงอยู่ และยังเป็นทางหลักของการศึกษาในปัจจุบัน การเรียนออนไลน์ไม่ควรตั้งเป้ามา “ทดแทน” คุณครูในโรงเรียน แต่ควรมา "เสริม" การเรียนที่โรงเรียน
 
ไม่ว่าจะเป็นการมาเติมเต็มในส่วนที่โรงเรียนขาด (เช่น เนื้อหาการเรียนของวิชาที่โรงเรียนไม่มีคุณครูที่เชี่ยวชาญ) การมาช่วยให้คุณครูได้ใช้เวลาในห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (เช่น การจัดห้องเรียนกลับด้านหรือ flipped classroom ที่ให้เด็กหาข้อมูลเองเป็นการบ้าน และใช้เวลาในคาบเรียนอย่างเต็มที่ในการแลกเปลี่ยนความเห็นหรือทำกิจกรรม) หรือ การช่วยโรงเรียนจัดระบบติดตามและประเมินผลการเรียนการสอนเพื่อช่วยเหลือนักเรียนรายบุคคลได้อย่างแม่นยำขึ้น
 
ไม่ว่าโควิดจะอยู่กับเราไปอีกนานเท่าไหร่ เราหวังว่าสิ่งที่ StartDee ทำและพัฒนาต่อ จะพอเป็นส่วนเล็กๆน้อยๆ ในการช่วยให้ นักเรียน คุณครู และ โรงเรียน สามารถรับมือกับผลกระทบของโควิดที่จะมีต่อการศึกษา และผ่านเวลาที่ท้าทายนี้ไปด้วยกัน

แสดงความคิดเห็น