เรียนรู้ประวัติศาสตร์ 10 ประเทศผ่านการดู สนุกแถมยังได้ความรู้ด้วยนะ!

cover(ver.2)_Draft01

ใครว่าประวัติศาสตร์จะต้องน่าเบื่อเสมอไป เก็บหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนาปึ้กไว้บนชั้นวางก่อน เพราะวันนี้ StartDee จะพาเพื่อน ๆ ไปเรียนรู้เรื่องราวในอดีตผ่านซีรีส์อิงประวัติศาสตร์สุดปัง แถมงานนี้เรายังคัดมาตั้ง 10 เรื่อง 10 ประเทศจุก ๆ จะมีประเทศไหน ยุคใดบ้าง ต้องตามไปดูซะแล้ววว

 

Mulan (1998) : ค่านิยมหญิง - ชายในสังคมจีนโบราณ


ซีรีส์-ประวัติศาสตร์-มู่หลาน

ขอบคุณรูปภาพจาก characterdesignreferences.com

เปิดลิสต์ด้วย ‘มู่หลาน’ แอนิเมชันอิงประวัติศาสตร์จีนจากค่ายดิสนีย์ แฟน ๆ ดิสนีย์หลายคนสันนิษฐานว่าเรื่องราวของมู่หลานนั้นเกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์เว่ยของจีน (Northern Wei Dynasty) ซึ่งอยู่ในระหว่างปี ค.ศ. 386 – 534 และเค้าโครงเรื่องก็ได้รับอิทธิพลมาจากตำนานวีรสตรีเก่าแก่ของจีนอย่าง ‘ลำนำเพลงมู่หลาน (The Ballad of Mulan)’ ตำนานนี้เล่าถึงหญิงสาวที่อาสาไปออกรบกับชาวฮั่นแทนพ่อผู้แก่ชรา ระหว่างทางเธอได้ฝ่าฟันอุปสรรค ต้องฝึกฝนและพิสูจน์ตัวเองในกองทัพอย่างมาก แต่ในที่สุดก็นำชัยชนะมาสู่กองทัพจีนได้

จากตำนานกว่า 4 ฉบับ ดิสนีย์ก็ใส่สีสันและความสนุกสนานเข้าไปหลายจุด ทำให้มู่หลานเป็นแอนิเมชันที่สนุก ย่อยง่าย และถึงจะมีบางส่วนที่ไม่ตรงกับประวัติศาสตร์จริงร้อยเปอร์เซนต์ แต่ตัวแอนิเมชันก็ยังสะท้อนค่านิยมเกี่ยวกับเพศชาย - หญิง และบทบาทหน้าที่ของสตรีชาวจีนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เพลงประกอบในเรื่องอย่าง Reflection ก็ไพเราะและมีความหมายดีมาก ๆ เลยด้วย ฮอตฮิตขนาดนี้ ดิสนีย์ก็เลยสร้างมู่หลานในฉบับไลฟ์แอ็กชันแล้วเรียบร้อย !


Marie Antoinette (2006): ความหรูหราแห่งฝรั่งเศสและการปฏิวัติประเทศสู่สาธารณรัฐ

ซีรีส์-ประวัติศาสตร์-Marie-Antoinette

ขอบคุณรูปภาพจาก slashfilm.com

เปิดประตูพระราชวังแวร์ซายไปพบกับพระนางมารี อองตัวเน็ต ราชินีองค์สุดท้ายแห่งฝรั่งเศสผู้เป็นสัญลักณ์ของความฟุ้งเฟ้อหรูหรา และเป็นชนวนสำคัญสู่การปฏิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1789 ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เสียอีก โดย Marie Antoinette เวอร์ชันปี 2006 จากสายตาผู้กำกับโซเฟีย คอปโปลาจะพาเราไปสำรวจชีวิตของมารี อองตัวเน็ต เจ้าหญิงจากออสเตรียในวัย 15 ปีที่ต้องอภิเษกกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ด้วยเหตุผลทางการเมือง ชีวิตของพระนางดูเหมือนจะสวยงามในพระราชวังแวร์ชายอันแสนโอ่อ่า แต่ท่ามกลางชนชั้นสูงและบรรดาขุนนาง พระนางมารีก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับขนบธรรมเนียมของราชสำนักฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก และเมื่อไม่ได้รับการยอมรับจากพระสวามีและคนรอบข้าง เมื่อได้ขึ้นเป็นราชินี (ด้วยวัยเพียง 19 ปี) เธอจึงเพลิดเพลินกับการหาความสุขด้วยแฟชั่นอันแสนฟู่ฟ่า การจัดงานเลี้ยงสุดหรูหรา และการละเล่นพนันด้วยเงินเดิมพันมหาศาล แต่ความสำราญของมารี อองตัวเน็ตกลับดำเนินไปท่ามกลางภาวะยากไร้ของประชาชนชาวฝรั่งเศส เมื่อการประท้วงเริ่มต้นขึ้น และการปฏิวัติกำลังจะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของฝรั่งเศสไป ชีวิตของพระนางมารี อองตัวแน็ตจะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามกันต่อใน Marie Antoinette !

 

The Last Princess (2016): ราชวงศ์เกาหลีในช่วงที่ญี่ปุ่นเรืองอำนาจ

ซีรีส์-ประวัติศาสตร์-the-last-princess

ขอบคุณรูปภาพจาก korseries.com

หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 1 ในซีกโลกตะวันตกจบลง ฝั่งเอเชียก็มีหลายเหตุการณ์สำคัญ และหนึ่งในนั้นก็คือการมุ่งเป็นมหาอำนาจแห่งเอเชียของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากที่กองทัพญี่ปุ่นเริ่มประกาศแสนยานุภาพด้านกำลังทหารด้วยการรบกับหลายประเทศใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นจีน รัสเซีย เกาหลี นอกจากการเข้ายึดครองประเทศเหล่านั้น ยังมีการใช้กำลังทหารเข้าควบคุมตัวเชื้อพระวงศ์อีกด้วย The Last Princess จึงเล่าเรื่องราวของเจ้าหญิงด็อกฮเย เจ้าหญิงองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์โชซอนที่ถูกเชิญไปพำนักที่ประเทศญี่ปุ่นนานถึง 37 ปี กว่าได้กลับมาเยือนแผ่นดินเกิดอีกครั้ง โดยประวัติศาสตร์ที่ถูกหยิบยกมาเล่าใน The Last Princess ถือว่าเป็นช่วงรอยต่อของเหตุการณ์ที่สำคัญและน่าสนใจมาก ๆ นอกจากจะได้เห็นราชวงศ์เกาหลีในแง่มุมที่ต่างไปจากซีรีส์พีเรียดทั่วไป ยังทำให้เราเข้าใจบริบทของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ดียิ่งขึ้นด้วย

 

Grave of the Fireflies (1988) : ผลกระทบของสงครามและความเป็นอยู่ของผู้คน

ซีรีส์-ประวัติศาสตร์-สุสานหิ่งห้อย-the-grave-of-fireflies

ขอบคุณรูปภาพจาก theoddapple.com

เมื่อเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 แทบทุกประเทศในโลกก็ตกอยู่ในสภาวการณ์อันตึงเครียด ผลกระทบของสงครามทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ และแม้จะไม่มีส่วนร่วมในการผลักดันประเทศเข้าสู่สงคราม ประชาชนก็ยังต้องรับจากการตัดสินใจนี้ด้วยการดำรงชีวิตอย่างยากลำบากอยู่ดี ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลายชีวิตต้องพบกับการสูญเสีย มีผู้คนสูญหายและพลัดพรากจากครอบครัว รวมถึงเสียชีวิตจากการโจมตีด้วยระเบิดและโรคอื่น ๆ เช่น โรคขาดสารอาหาร ซึ่ง Grave of the Fireflies แอนิเมชันจากค่ายจิบลิได้ยกประเด็นเหล่านี้มาคุยกับเราตลอดความยาว 1.33 ชั่วโมง ความอดอยากแร้นแค้นและชะตากรรมอันน่าเศร้าที่สองพี่น้อง ‘เซตะ’ วัย 14 ปี และ ‘เซ็ตซึโกะ’ วัย 4 ปีต้องพบเจอทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกหดหู่จนหลายคนถึงกับพูดว่า Grave of the Fireflies เป็นแอนิเมชันเรื่องเดียวที่ดูแล้วไม่อยากจะกลับไปดูซ้ำอีกเลย และนอกจาก Grave of the Fireflies ทัศนะเกี่ยวกับสงครามจากมุมมองของสตูดิโอจิบลิยังปรากฎให้เราเห็นในแอนิเมชันอีกหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น The Wind Rises, Castle in the Sky, Nausicaä of the Valley of the Wind หรือแม้กระทั่ง Howl’s Moving Castle เองก็ยังแสดงจุดยืนต่อต้านสงครามไว้อย่างแนบเนียน

กาหลมหรทึก (2018): ประเทศไทยในสงครามมหาเอเชียบูรพา

ซีรีส์-ประวัติศาสตร์-กาหลมหรทึก

ขอบคุณรูปภาพจาก vogue.co.th

จากนวนิยายสอบสวนเจ้าของรางวัลนายอินทร์อวอร์ดประจำปี 2557 สู่ทีวีซีรีส์ความยาว 26 ตอน กาหลมหรทึกจะพาเราไปสำรวจปริศนาของคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ที่มีรอยสักลึกลับเป็นกุญแจสำหรับการไขคดี เหตุการณ์ในท้องเรื่องดำเนินไปท่ามกลางสงครามมหาเอเชียบูรพา (Greater East Asia War) หรือสงครามแปซิฟิก (Pacific War) หนึ่งในสมรภูมิรบสำคัญของสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากเงื่อนงำคำใบ้ที่เชื่อมโยงกับฉันทลักษณ์กลอนแบบไทย ๆ ได้อย่างน่าทึ่ง กาหลมหรทึกยังนำเสนอภาพของสังคมไทยในช่วงรัชกาลที่ 8 ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนกำลังปรับตัวสู่สังคมประชาธิปไตย ภายใต้บรรยากาศของนโยบายสร้างชาติของจอมพล ป. พิบูลสงครามได้เป็นอย่างดี

 

Inglourious Basterds (2009): ถ้าตอนจบของสงครามโลกครั้งที่ 2 เปลี่ยนไปจะเกิดอะไรขึ้น ???

ซีรีส์-ประวัติศาสตร์-inglorious-basterds

ขอบคุณรูปภาพจาก nme.com

แค่ลองคิดเล่น ๆ ว่า “ถ้าฮิตเลอร์ไม่ได้ฆ่าตัวตาย พรรคนาซีและจุดจบของสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน” ก็น่าสนุกมากแล้ว เมื่อรวมกับเทคนิคการเล่าเรื่องแบบแยกเป็นตอนย่อยและฝีมือการกำกับของ Quentin Tarantino ก็ยิ่งทำให้ Inglourious Basterds เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ที่ไม่น่าพลาดเข้าไปอีก พล็อตเรื่องเล่าถึง Basterds กองกำลังพิเศษจากอเมริกาที่ถูกรวบรวมขึ้นมาเพื่อ ‘เชือด’ เหล่านาซีโดยเฉพาะ ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นฝรั่งเศสซึ่งเป็นช่วงที่นาซีกำลังบุกกวาดต้อนชาวยิวฝรั่งเศสอย่างเข้มข้น แต่ก็ยังมีชาวยิวที่หนีรอดไปได้และกลับมาแก้แค้นในท้ายที่สุด นอกจากสภาพสังคมในแวดวงทหารนาซีเยอรมัน Inglourious Basterds ยังทำให้เราเห็นถึงอิทธิพลของสื่อและโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตัวท่านผู้นำได้ด้วย แต่เราขอเตือนไว้ก่อนว่าถึงจะไม่มีฉากรบจริงจัง แต่ในหนังก็มีฉากความรุนแรงค่อนข้างมาก ถ้าสนใจอยากดูจริง ๆ ต้องเตรียมใจไว้นิดดดดนึงนะ

 

Anastasia (1997): เรียนรู้เกร็ดประวัติศาสตร์รัสเซียและการล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ

ซีรีส์-ประวัติศาสตร์-anastasia-อนาสตาเซีย

ขอบคุณรูปภาพจาก letterboxd.com

อนาสตาเซียเป็นแอนิเมชันจากค่าย 20th Century Fox ที่มีเค้าโครงมาจากประวัติศาสตร์จริงของรัสเซียในช่วงเวลาแห่งการล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ ราชวงศ์เก่าแก่ที่ปกครองประเทศรัสเซียมายาวนานกว่า 300 ปี ในรัชสมัยของจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 หลังจาก สงครามโลกครั้งที่ 1 ผ่านพ้นไป เศรษฐกิจของรัสเซียก็ตกต่ำลงอย่างมาก เมื่อรวมกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น การพ่ายแพ้สงครามต่อญี่ปุ่น การนิ่งเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชน และการใช้อำนาจในทางที่มิชอบของรัสปูติน (ผู้ถวายรักษาโรคฮีโมฟิเลียแก่เจ้าชายอเล็กซี และที่ปรึกษาอย่างลับ ๆ ของราชวงศ์โรมานอฟในขณะนั้น) สิ่งเหล่านี้ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาในราชวงศ์ นำไปสู่การบังคับให้กษัตริย์สละราชสมบัติ รวมถึงการสังหารหมู่ครอบครัวโรมานอฟโดยเลนิน ผู้นำกลุ่มคอมมิวนิสต์และรัฐบาลบอลเชวิกในท้ายที่สุด อย่างไรก็ตาม หลังเหตุการณ์การสังหารหมู่จบลงก็ได้มีการรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ และพบโครงกระดูกที่คาดว่าเป็นเชื้อพระวงศ์เพียง 5 ร่างเท่านั้น ทำให้มีผู้สันนิษฐานว่าอาจมีเจ้าหญิงที่หลบหนีออกมาได้และยังคงมีชีวิตอยู่ 

ข่าวลือนี้เป็นที่สนใจของผู้คนมากมาย แอนิเมชันเรื่องอนาสตาเซียจึงนำเสนอเรื่องราวของแกรนด์ดัชเชสอนาสตาเซีย เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์โรมานอฟแห่งรัสเซียที่ (มีข่าวลือว่า) หลบหนีออกมาได้ แต่สูญเสียความทรงจำ ในขณะที่คนทั้งประเทศกำลังสิ้นหวังกับความเป็นอยู่ภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ ความหวังเล็ก ๆ ของประชาชนก็คือข่าวลือเรื่องการมีชีวิตอยู่ของเจ้าหญิงที่หายไป โดยในฉบับแอนิเมชันนี้ได้มีการดัดแปลงเนื้อเรื่องให้สนุกสนาน แฟนตาซีมากขึ้น และไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนเหตุการณ์จริง ถ้าหากเจ้าหญิงยังมีชีวิตอยู่จริงจะเป็นอย่างไร ต้องไปติดตามกันต่อในแอนิเมชันเรื่องอนาสตาเซียแล้วล่ะ !

 

The Crown (2016 -): เปิดหน้าประวัติศาสตร์อังกฤษไปกับควีนเอลิซาเบธที่ 2

ซีรีส์-ประวัติศาสตร์-the-crown

ขอบคุณรูปภาพจาก airfrance.co.th

ออริจินัลซีรีส์ที่ฮอตสุด ๆ ของเน็ตฟลิกซ์ การันตีด้วยเรตติงที่สวยงามตลอดสี่ซีซั่น The Crown เล่าถึงเรื่องราวของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ที่ต้องสืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากพระบิดา (พระเจ้าจอร์จที่ 6) น้ำหนักของมงกุฎสื่อถึงภาระอันหนักอึ้งในฐานะราชินีแห่งอังกฤษ การดำเนินเรื่องของซีรีส์นั้นเรียบง่ายไม่หวือหวา แต่ก็เข้มข้นและน่าตื่นเต้นไปในเวลาเดียวกัน เพราะยุคสมัยของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 เป็นช่วงเวลาอันสำคัญของประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการเสียงของนักวิจารณ์ที่ดังขึ้นจนมีผลต่อภาพลักษณ์ของราชวงศ์ นำไปสู่การปรับตัว เพื่อให้ราชวงศ์วินเซอร์ยังดำรงอยู่ได้ การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่มีฐานะเป็นที่ปรึกษาขององค์ราชินีวาระแล้ววาระเล่า ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สงคราม ปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงการเรียกร้องเอกราชในประเทศในเครือจักรภพต่าง ๆ โดยปีเตอร์ มอร์แกน ผู้เขียนบท The Crown ได้เสนอเรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ออกมาในมุมมองของควีนเอลิซาเบธที่ 2 และราชวงศ์วินเซอร์ ซึ่งเป็นมุมมองที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน ถึงจะมีเนื้อหาที่เป็นส่วนเติมแต่งอยู่บ้าง แต่ซีรีส์ชุดนี้ก็ทำให้เราเข้าใจสถาบันกษัตริย์ (ที่อยู่เหนือการเมืองอย่างแท้จริง) ได้เป็นอย่างดี จึงนับว่า The Crown เป็นซีรีส์อิงประวัติศาสตร์อีกเรื่องที่ควรค่าแก่การเก็บเข้าลิสต์สุด ๆ

 

Hidden figures (2016): ผู้หญิงผิวสี เทคโนโลยี และสงครามเย็น

ซีรีส์-ประวัติศาสตร์-hidden-figures

ขอบคุณรูปภาพจาก theatlantic.com

หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง สงครามเย็นก็เริ่มขึ้นแทบจะทันที ในช่วงปี ค.ศ. 1961 บรรยากาศอึมครึมจากการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของมหาอำนาจทั้งสองขั้วอย่างรัสเซียและสหรัฐอเมริกาปกคลุมไปทั่วทั้งโลก เหตุการณ์นี้ทำให้ในช่วงศตวรรษที่ 20 เป็นช่วงที่เทคโนโลยีของมนุษยชาติพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เทคโนโลยีทางอวกาศ” Hidden Figures เล่าถึงกลุ่มนักคำนวณหญิงผิวสีที่อยู่เบื้องหลังภารกิจเยือนอวกาศของ NASA ภายใต้ความกดดันเรื่องเพศและสีผิวในที่ทำงาน Hidden Figures ยังทำให้เราเห็นพัฒนาการความเปิดกว้างของสังคมอเมริกัน รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีที่มีบทบาทอย่างมากต่อโลกในสตวรรษที่ 21

 

Twilight Over Burma (2015): เผด็จการทหารและเพื่อนบ้านของเรา

ซีรีส์-ประวัติศาสตร์-Twilight-Over-Burma-สิ้นแสงฉาน

ขอบคุณรูปภาพจาก dor-film.com

ส่งท้ายด้วย Twilight Over Burma หรือสิ้นแสงฉาน ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์เมียนมาร์ในช่วงที่เผด็จการทหารเข้ามามีบทบาททางการเมือง เรื่องราวของรัฐฉานถูกบันทึกไว้ในหนังสือ Twilight over Burma: My Life as a Shan Princess อัตชีวประวัติของมหาเทวีสุจันทรี หรืออิงเง ซาเจนท์ (Inge Sargent) หญิงสาวชาวออสเตรียที่พบรักกับเจ้าจาแสง เจ้าฟ้าแห่งเมืองสีป้อ ขณะที่ทั้งคู่ศึกษาอยู่ในสหรัฐอเมริกา ความรักต่างเชื้อชาติของทั้งสองมีอุปสรรคทั้งเรื่องครอบครัวและความแตกต่างด้านภาษา แต่อุปสรรคที่หนักหนาที่สุดน่าจะเป็นตอนทั้งสองกลับมายังรัฐฉาน เจ้าจาแสงถูกคุกคามโดยเผด็จการทหาร และทำให้ทั้งสองไม่ได้พบกันอีกเลย นอกจากเกร็ดประวัติศาสตร์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในหนังสือเรียน Twilight Over Burma ยังมีงานภาพที่สวยงามจากสถานที่ถ่ายทำทั้งในไทยและเมียนมาร์ แต่ด้วยเหตุผลด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ Twilight Over Burma จึงถูกงดให้เข้าฉายในไทย เผยแพร่ได้แค่ในรูปแบบหนังสือเท่านั้นนะ

ความรู้และความสนุกอัดแน่นขนาดนี้ เกรดสี่จะหนีไปไหนได้  สเน่ห์ของประวัติศาสตร์นั้นคงอยู่ที่เรื่องราวและเหตุการณ์หนึ่ง ๆ ที่อาจถูกเล่าออกมาได้เป็นร้อยเป็นพันแง่มุม ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้เล่า ดังนั้นหากต้องการศึกษาประวัติศาสตร์ผ่านแอนิเมชัน ภาพยนตร์หรือซีรีส์ เพื่อน ๆ อย่าลืมหาข้อมูลเกี่ยวกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เพิ่มเติมด้วยนะ !

Banner-Green-Standard

 

Reference: 

ศิลปวัฒนธรรม. (2020, September 5). ค้นตัวตน "มู่หลาน" จากประวัติศาสตร์จีน สู่สื่อบันเทิงยุคใหม่ในตะวันตก. ศิลปวัฒนธรรม. https://www.silpa-mag.com/history/article_35287. 

News, T. P. B. S. (2016, May 27). "สิ้นแสงฉาน" รักแท้บนบาดแผลประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมา. Thai PBS. https://news.thaipbs.or.th/content/252654. 

The Editors of Encyclopaedia Britannica. (2020, December 17). Marie-Antoinette. Encyclopædia Britannica. https://www.britannica.com/biography/Marie-Antoinette-queen-of-France.

แสดงความคิดเห็น