จำได้แม่นเวอร์ ! 5 เคล็ดลับดีๆ กับวิธีอ่านหนังสือสอบให้เข้าสมอง

5-วิธีอ่านหนังสือสอบ-1

มีใครเคยคิดเหมือนกันบ้างว่า ถ้าสมองคนเราออสโมซิสได้แบบน้ำและสารละลายอย่างในวิชาชีววิทยาก็คงดี จะได้ไม่ต้องอ่านหนังสือ แค่เอาหนังสือเรียน และสมุดโน้ตทั้งหลายแนบหัว ทุกอย่างที่เรียนมาจะได้ไหลเข้าหัวได้เลย...แต่แหม เพื่อน ๆ ก็รู้กันดีอยู่ว่ามันเป็นไปได้ นี่ไม่ใช่หนังไซไฟนะยะ ดังนั้น นอกจากตรากตรำเรียนหนังสือกันแล้ว เพื่อน ๆ ต้องรู้วิธีอ่านหนังสือให้จำได้แม่นด้วย จะได้ไม่ต้องบนพระหรือเจ้าที่ประจำโรงเรียน เราต้องให้สิ่งศักดิ์ศิทธิ์ไปพักก่อน !

ส่วนพวกเราต้องขยันด้วยตัวเองกับเคล็ดลับอ่านหนังสือทั้ง 5 วิธีนี้ ตามไปดูกันเลย

Banner-Green-Noey

5 วิธีอ่านหนังสือสอบให้เข้าสมอง

อย่าอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ

อ้าว...ก็ครูบอกออกทั้งเล่ม จะไม่อ่านตั้งแต่ต้นจนจบได้ยังไงล่ะ ? ขอบอกว่าจริง ๆ แล้ว หนังสือเรียนไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เปิดอ่านที่หน้า 1 และไปจบที่หน้า 378 เพราะหนังสือเรียนไม่ได้มีบทขึ้นต้น ไม่ได้มีการดำเนินเรื่อง และจุดจบแบบหักมุมหรือ Happy Ending ใด ๆ เลย ดังนั้น เพื่อน ๆ ควรอ่านบทสรุปท้ายบทเรียนก่อน เพื่อให้รู้ว่าแต่ละบทที่กำลังอ่านอยู่นั้นเกี่ยวข้องกับอะไร จากนั้นไล่อ่านหัวข้อ แล้วย้อนกลับไปอ่านบทนำใหม่ หากเจอตรงไหนไม่เข้าใจ ถึงค่อยกลับไปค้นรายละเอียดเฉพาะอีกที

อย่าอ่านทุกรายละเอียด

จำเอาไว้ให้แม่น ๆ เลยนะ ว่าสมองคนเราไม่ใช่ฟองน้ำ ไม่สามารถดูดซึมทุกรายละเอียดของแบบเรียนได้หรอกจ้ะ ให้เพื่อน ๆ จำเป็นภาพกว้าง ๆ เช่น บทเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง ให้จำเป็นแผนผังว่าใครเป็นใคร เกี่ยวข้องกันยังไง และทำอะไรต่อกันก็พอ ไม่จำเป็นต้องจำทุกบทพูดของตัวละครก็ได้ แต่ก็ต้องระวังให้ดีด้วยนะ เพราะในบางวิชาก็มีการออกข้อสอบที่ทดสอบความจำเหมือนกัน ดังนั้น ในส่วนนี้ ต้องตั้งใจฟังคุณครูให้ดีล่ะ และอย่าลืมทบทวนแบบฝึกหัดด้วย อาจมีข้อสอบแฝงมาได้นะ

อย่าอ่านบทเรียนเดิมหลายครั้ง จดโน้ตแทนดีกว่า

วิธีนี้ดีมากสำหรับการทำข้อสอบปลายภาค ที่อาจออกข้อสอบตั้งแต่บทเรียนก่อนสอบมิดเทอม ซึ่งพวกเรานั้นได้คืนความรู้ให้กับคุณครูไปหมดแล้ว ขอบอกว่าเพื่อน ๆ ไม่ต้องไปไล่อ่านตั้งแต่ต้นหรอก ให้หยิบเอากระดาษโน้ตที่จดไว้แล้วมาอ่านก็พอ หรือใครที่ขีดเส้นใต้เอาไว้ในหนังสือ ก็แค่อ่านเฉพาะตรงนั้นก็ได้เช่นกัน จากนั้นให้ทำการเขียนโน้ตอีกสักรอบ

วิธีอ่านหนังสือสอบ

อย่าเอาแต่อ่าน ตั้งคำถามด้วย

ในส่วนนี้ เพื่อน ๆ สามารถตั้งคำถามกับตัวเองได้ตั้งแต่ก่อนอ่านเลยด้วยซ้ำ อาจเป็นคำถามง่าย ๆ อย่างเช่น เรารู้อะไรบ้างแล้วนะจากเล่มนี้ ? มีตรงไหนที่เราไม่เข้าใจเป็นพิเศษ อาจลองเก็งข้อสอบดูคร่าว ๆ ก็ได้เช่นกัน 

ในทางกลับกัน หากเพื่อน ๆ รู้สึกว่าหัวสมองว่างเปล่ามาก ฉันไม่รู้อะไรเลยในเล่มนี้ ให้ย้อนไปที่คำแนะนำแรกของเรา คือ การอ่านบทสรุป หัวข้อ และบทนำก่อน จากนั้นค่อยตั้งคำถามกับตัวเองอีกทีก็ได้เช่นกัน

อย่าเอาแต่ยึดติดอะไรเดิม ๆ ลองให้เทคโนโลยีช่วย

จริงอยู่ที่การอ่านหนังสือเป็นเล่มนั้นมีเสน่ห์ ได้ใช้ปากกาหลายสี กระดาษโน้ตน่ารัก แถมแลกเปลี่ยนกับเพื่อนได้ด้วย (ยิ่งถ้าเราจดโน้ตดี ๆ คนที่เราแอบปิ๊งอาจจะมายืมก็ได้นะ) แต่ในบางครั้งเราอาจไม่มีเวลามากพอที่จะมาตั้งโต๊ะอ่านหนังสือสวย ๆ ลองใช้เวลาที่เราเดินทางอยู่ในรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือแม้แต่รถคุณพ่อคุณแม่ มาทบทวนบทเรียนกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ แล้วแคปหน้าจอเอาไว้เพื่อไปเขียนลงโน้ตทีหลังก็ดูเข้าท่าดี  ที่สำคัญ พ่อแม่อาจอนุมัติซื้อ ipad ให้เพื่อเรียนหนังสือโดยเฉพาะก็ได้นะ เก๋จะตาย

รู้วิธีอ่านหนังสือสอบให้มีประสิทธิภาพแล้ว อย่าลืมเอาไปลงมือทำกันด้วยนะ และถ้ายิ่งเสริมด้วยการบริหารเวลาแบบมะเขือเทศด้วยแล้ว เกรดดี ๆ ย่อมไม่ไกลเกินเอื้อม แต่ถ้ายังพลาดไม่ได้เกรดอย่างที่ใจหวัง ก็ไม่ต้องกังวลไป แวะมาเรียนซ้ำใหม่กับแอปพลิเคชัน StartDee ได้เรื่อย ๆ เลยนะ ขอให้ทุกคนทำให้เต็มที่ ! 

Reference:

https://www.inc.com/john-rampton/25-ways-to-read-a-lot-more-books-this-year.html
https://www.studyright.net/blog/4-steps-to-reading-a-textbook-quickly-and-effectively/
https://whytoread.com/how-to-read-simple-reading-strategies-read-effectively/

 

แสดงความคิดเห็น