อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 วิชาภาษาไทย

อิเหนา-ตอน-ศึกกะหมังกุหนิง

เพื่อน ๆ เคยได้ยินสำนวน ‘ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง’ ไหม แล้วรู้ความหมายและที่มาของสำนวนนี้หรือเปล่า สำนวนนี้หมายถึง 'คนที่เคยว่ากล่าวคนอื่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ตัวเองกลับเป็นเช่นนั้นเสียเอง' วันนี้ StartDee เลยอยากพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักวรรณคดีอันเป็นที่มาของสำนวนนี้ ซึ่งก็คือเรื่อง ‘อิเหนา’ นั่นเอง 

ถ้าเพื่อน ๆ สังเกตจากชื่อก็น่าจะเดาได้ว่าอิเหนาไม่ใช่วรรณคดีไทยแท้ เพราะอิเหนาเป็นวรรณคดีที่ได้รับอิทธิพลมาจาก ‘ชวา’ หรือประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักอิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง ซึ่งเป็นตอนที่สนุกและน่าสนใจมาก ๆ และนอกจากบทความนี้ เพื่อน ๆ สามารถเรียนออนไลน์กันในรูปแบบวิดีโอ คลิกดาวน์โหลดแอป StartDee ที่แบนเนอร์ด้านล่างได้เลย

banner01.2_Draft03

ความเป็นมาและจุดมุ่งหมายในการแต่ง เรื่อง อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง

‘อิเหนา’ เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่มีเค้าโครงมาจากพงศาวดารของชาวชวา ถูกแต่งขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ‘อิเหนา’ กษัตริย์ชวาที่เชี่ยวชาญทั้งการรบ การปกครอง และได้สร้างความเจริญให้แก่ชวาเป็นอย่างมาก ชาวชวาจึงถือว่าอิเหนาเป็นวีรบุรุษและผู้มีฤทธิ์ ตามพงศาวดารเรียกอิเหนาว่า ‘ปันจี อินู กรัตปาตี’ (Punji Inu Kartapati) หรือเรียกสั้น ๆ ว่าปันหยี เรื่องราวของอิเหนาจึงถูกเล่าสืบต่อกันมาจนกลายเป็นนิทานที่เต็มไปด้วยอิทธิปาฏิหาริย์

อิเหนาเริ่มเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีเรื่องเล่าว่าพระราชธิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ได้แก่ เจ้าฟ้าหญิงกุณฑลและเจ้าฟ้าหญิงมงกุฎ ทรงได้รับนางข้าหลวงมาจากปัตตานี นางข้าหลวงได้เล่านิทานปันหยีเรื่องอิเหนาถวายเจ้าฟ้าหญิงทั้งสอง เจ้าฟ้าหญิงกุณฑลทรงนำเค้าโครงเรื่องมาแต่งเป็นบทละครเรื่องดาหลัง (อิเหนาใหญ่) ส่วนเจ้าฟ้าหญิงมงกุฎทรงแต่งเรื่องอิเหนา (อิเหนาเล็ก)

ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) ทรงพระราชนิพนธ์อิเหนาเป็นบทละครใน (ละครร้องรำในราชสำนัก เดิมที่ใช้ผู้แสดงเป็นหญิงล้วน แต่ภายหลังได้ปรับเปลี่ยนให้ใช้ผู้แสดงชายได้ในสมัยรัชกาลที่ ๑) ลักษณะคำประพันธ์เป็นรูปแบบกลอนบทละคร ซึ่งในตอนท้ายของบทพระราชนิพนธ์ได้กล่าวถึงเรื่องอิเหนาในสมัยอยุธยาว่า

อันอิเหนาเอามาทำเป็นคำร้อง        
สำหรับงานการฉลองกองกุศล
ครั้งกรุงเก่าเจ้าสตรีเธอนิพนธ์               
แต่เรื่องต้นตกหายพลัดพรายไปฯ
หากพระองค์ทรงพิภพปรารภเล่น          
ให้รำเต้นเล่นละครคิดกลอนใหม่
เติมแต้มต่อติดประดิษฐ์ไว้                   
บำรุงใจไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน

จึงสรุปได้ว่าจุดมุ่งหมายในการแต่งอิเหนาคือ เพื่อให้เป็นบทละครใน สำหรับเล่นเพื่อสร้างความบันเทิงแก่ข้าราชบริพารและประชาชน

ตัวละคร เรื่องอิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง

เนื้อเรื่องของอิเหนาเล่าถึง ‘ราชวงศ์อสัญแดหวา’ ท้าวปะตาระกาหรา ต้นราชวงศ์อสัญแดหวามีพระราชโอรส ๔ พระองค์ คือ ท้าวกุเรปัน ท้าวดาหา ท้าวกาหลัง และท้าวสิงหัดส่าหรี ทุกพระองค์ต่างเป็นกษัตริย์ปกครองนคร ๔ นครตามชื่อของตนเอง ราชวงศ์อสัญแดหวาถือเป็นราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนชวาเนื่องจากสืบเชื้อสายมาจากเทวดา โดยตัวละครของราชวงศ์นี้จะใช้คำนำหน้าว่า 'ระเด่น' ส่วนราชวงศ์อื่น ๆ ที่มียศต่ำกว่าจะใช้คำนำหน้าว่า 'ระตู'

ตัวละคร อิเหนา ศึกกะหมังกุหนิง

เส้นตรง = ความสัมพันธ์ทางสายเลือด เส้นประ = ความสัมพันธ์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด

เรื่องย่อ อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง 

อิเหนาเป็นโอรสของท้าวกุเรปันและประไหมสุหรี (กษัตริย์ชวาในยุคนั้นจะมีมเหสีทั้งหมด ๕ องค์ ๕ ตำแหน่ง ได้แก่ ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู และเหมาหลาหงี) ส่วนท้าวดาหาและประไหมสุหรีก็มีธิดาคือนางบุษบาเช่นกัน ซึ่งท้าวกุเรปันและท้าวดาหาได้หมั้นหมายอิเหนาและบุษบาไว้ตั้งแต่เกิด

แต่เมื่ออิเหนาโตเป็นหนุ่มก็ไปพบรักกับจินตะหราวาตี ธิดาของท้าวหมันหยาที่พบในงานพระเมรุของพระอัยยิกา อิเหนาคลั่งไคล้นางจินตะหราวาตีมากจนไม่ยอมกลับบ้านกลับเมือง รวมถึงปฎิเสธการหมั้นหมายกับนางบุษบาด้วย ท้าวดาหาจึงโกรธมากและประกาศว่าจะยกบุษบาให้ใครก็ได้ที่มาสู่ขอ ระตูจรกาเมื่อได้ทราบข่าวจึงให้ระตูล่าสำ พี่ชายของตนไปสู่ขอนางบุษบา ท้าวดาหาก็ต้องยกให้แม้จะไม่เต็มใจนักเพราะจรกานั้นรูปชั่วตัวดำ

แต่ในขณะเดียวกัน ‘วิหยาสะกำ’ โอรสของท้าวกะหมังกุหนิงก็ได้พบรูปวาดของนางบุษบาขณะออกประพาสป่าและหลงใหลในตัวบุษบาเป็นอย่างมาก ท้าวกะหมังกุหนิงจึงได้ไปสู่ขอนางบุษบาจากท้าวดาหา แต่ก็ถูกปฎิเสธเนื่องจากท้าวดาหายกนางบุษบาให้จรกาไปแล้ว

ท้าวกะหมังกุหนิงโกรธมากจึงยกทัพมาล้อมกรุงดาหาเพื่อชิงตัวนางบุษบา ท้าวดาหาจึงได้ขอความช่วยเหลือจากท้าวกุเรปัน ท้าวกาหลัง ท้าวสิงหัดส่าหรี และจรกาให้ยกทัพมาช่วยกันรบ ท้าวกุเรปันสั่งให้อิเหนามาช่วยรบที่กรุงดาหาและเป็นที่มาของ อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง ที่เราเรียนกันในบทเรียนนั่นเอง

ซึ่งในท้ายที่สุดอิเหนาก็ยกทัพมากับกะหรัดตะปาตี (พี่ชายคนละแม่) ทำให้ท้าวดาหาดีใจมากเพราะเชื่อมั่นว่าอิเหนาต้องรบชนะ แต่ด้วยความที่อิเหนาเคยทำให้ท้าวดาหาโกรธเรื่องปฏิเสธการแต่งงานกับบุษบาจนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมา อิเหนาจึงตัดสินใจสู้รบให้ชนะก่อนแล้วค่อยเข้าไปเฝ้าท้าวดาหา เมื่อท้าวกะหมังกุหนิงยกทัพมาใกล้ดาหาก็เกิดการต่อสู้กับกองทัพของอิเหนา ในที่สุดสังคามาระตาก็เป็นผู้ฆ่าวิหยาสะกำ ส่วนอิเหนาเป็นผู้ฆ่าท้าวกะหมังกุหนิงตายในสนามรบด้วยกริชเทวา 

แต่เรื่องวุ่นวายก็ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเมื่ออิเหนารบชนะก็ได้เข้าเฝ้าท้าวดาหาและได้พบกับนางบุษบา อิเหนาเมื่อได้พบนางบุษบาก็หลงรักนางทันทีและรู้สึกเสียดายมาก จากที่ก่อนหน้านี้อิเหนามีความเห็นว่า ความหลงใหลในตัวบุษบาของจรกาและวิหยาสะกำที่นำไปสู่การสู้รบแย่งชิงนางบุษบาเป็นสิ่งที่ไม่ควร แต่เมื่อได้พบนางบุษบาอิเหนาก็กลับหลงรักนางเสียเองถึงขั้นพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้นางบุษบามาครองจนนำไปสู่ความวุ่นวายต่าง ๆ และเป็นที่มาของสำนวน ‘ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง’ ที่เราเคยได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ

จะเห็นได้ว่าบทละครเรื่องอิเหนามีการดำเนินเรื่องที่สนุก ตื่นเต้นและน่าติดตามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะฉากที่มีการแสดงอารมณ์ความรู้สึก ฉากการสู้รบ ก็เขียนได้ดี ชวนให้ผู้อ่านเห็นภาพตามไปด้วยได้ และแม้จะมีเค้าเรื่องมาจากนิทานพื้นเมืองชวา แต่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยก็ทรงดัดแปลงแก้ไขให้เข้ากับธรรมเนียมของบ้านเมืองและรสนิยมของคนไทย อิเหนาเป็นวรรณดีขนาดยาว ยังมีเรื่องราวให้เราได้ติดตามกันอีกหลายตอนมาก ๆ แต่บทที่เพื่อน ๆ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ เรียนก็มีเพียงเท่านี้ หวังว่าเพื่อน ๆ จะนำความรู้นี้ไปใช้ทำข้อสอบได้ ส่วนในครั้งหน้าเราจะมีบทเรียนสนุก ๆ เรื่องไหนมาฝากเพื่อน ๆ อีกก็ต้องรอติดตามกัน หรือจะอ่าน เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ไปพลาง ๆ ก่อนก็ได้นะ

แสดงความคิดเห็น